บทเรียนจากการเลี้ยงไม้ประดับ

จากการศึกษาไม้ประดับเช่นกระบองเพชร (แคคตัส,cactus) , บอนสี, ลิ้นมังกร และอื่นๆ มาช่วงหนึ่ง ผมได้รับความรู้เกี่ยวกับไม้ประดับมากมาย แต่ความรู้เหล่านั้นก็ยังไม่มีค่าเท่ากับความรู้ตอนที่เลิกศึกษา เลิกสะสม เลิกเลี้ยงไม้ประดับเหล่านั้น

ในวันนี้ผมได้ตัดสินใจที่จะปิดบล็อกในส่วนที่เคยเผยแพร่บทความเกี่ยวกับประสบการณ์การเลี้ยงและศึกษาต้นไม้ทั้งหมด เพราะเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถหาข้อมูลกันที่ไหนก็ได้ เลี้ยงเองก็เรียนรู้ได้ ผมจึงคิดว่าคงไม่จำเป็นแล้วที่จะเผยแพร่เรื่องที่ไม่น่าสนใจเหล่านั้น ซึ่งในตอนนี้ผมมีความรู้ที่มีคุณค่ามากกว่า มีประโยชน์มากกว่า เป็นสิ่งที่อยากเผยแพร่ ให้นักศึกษาและสะสมไม้ประดับทุกคนที่สนใจได้เรียนรู้

คือความรู้ในการปล่อยวางการสะสม ปล่อยวางการไม่มีเรียนรู้ ไม่ต้องจับไม่ต้องยึด เหลือเพียงประโยชน์และความจำเป็นจริงๆในชีวิตเท่านั้น สิ่งใดเป็นประโยชน์ก็ดำรงไว้ สิ่งใดไม่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่สาระในชีวิต ไม่มีความจำเป็นต้องมี ก็พิจารณาให้เห็นโทษของสิ่งนั้นเพื่อที่จะได้ออกจากความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยนั้นด้วยใจเป็นสุข ผมจึงได้รวบรวมมาไว้ในบทความนี้

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

รวบรวมประสบการณ์การเรียนรู้ของทุกข์ของการสะสม และความหลงมัวเมาในสิ่งที่เรียกว่าไม้ประดับ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่เริ่มสนใจจะศึกษาและเรียนรู้ไม้ประดับ ตลอดจนผู้ที่สนใจจะนำไปประกอบอาชีพ เราเชื่อว่าบทความเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับท่าน กรุณาลองพิจารณาสิ่งดีๆที่เรานำเสนอดูสักนิด และลองฉุกคิดสักหน่อยก่อนที่ท่านจะเริ่มเรียนรู้ต่อไป

เมื่อของสะสมกลายเป็นภาระ

เมื่อของสะสมกลายเป็นภาระ

ของสะสมที่เราเคยรักเคยผูกพัน จนกระทั่งวันที่สามารถเข้าใจความจริง ว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์แท้ต่อชีวิต สิ่งใดที่เป็นโทษต่อชีวิต เราไม่สามารถปฏิเสธความจริงนี้ได้เลย

 

รวยเท่ากับซวย #5

รวยเท่ากับซวย #5

แบ่งปันประสบการณ์ ถ้าเร็วกว่านี้ก็คงจะรวย (ซวย) ไปแล้ว.. แม้ความรวย ความมั่งคั่งและความสุขสบาย จะเป็นสิ่งที่มนุษย์ตามหา แต่ในความรวยนั้นอาจจะมีกับดักซ่อนอยู่ก็เป็นได้

 

การสะสมว่ายากแล้ว การเลิกสะสมนั้นยากกว่า

การสะสมว่ายากแล้ว การเลิกสะสมนั้นยากกว่า

การสะสมแต่ละอย่างนั้นเราต้องใช้ทั้งกำลังทรัพย์ และความพยายาม ในการตามหาสืบเสาะเพื่อให้ได้มันมาครอบครอง แม้จะมองว่าได้มายากแสนยาก แต่ตอนจะเลิกสะสมนั้นยากกว่า ของนั้นมีอยู่ แต่คนที่สามารถจะทิ้งสิ่งนั้นได้ไม่มี

 

คำสารภาพบาป จากอดีตผู้หลงไหลไม้ประดับ

คำสารภาพบาป จากอดีตผู้หลงไหลไม้ประดับ

เมื่อความยึดมั่นถือมั่นของเรา กลายเป็นการเสริมกิเลสให้กับผู้อื่น เมื่อเราหลงไหลกับสิ่งใด เราก็จะกลายเป็นฑูตแห่งกิเลสไปโดยไม่รู้ตัว พร้อมบทแนะนำเกี่ยวกับสภาวะธรรมที่ได้เรียนรู้

 

ซึ่งหลังจากนี้บล็อก cactus.dinp.org, sansevieria.dinp.org, caladium.dinp.org จะถูกลบข้อมูลทั้งหมดและปิดตัวลงอย่างถาวร สามารถติดตามผลงานอื่นๆจากผู้เขียนได้ที่ facebook : ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

เก็บบ้าน

ตั้งแต่ช่วงต้นปีมานี้ ผมใช้เวลาส่วนมากในการเก็บของในห้องเพื่อบริจาค ซึ่งก็เคยบริจาคไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่พอมาเก็บครั้งนี้ ก็ยังรู้สึกว่า ยังเหลือเยอะอยู่ดี…

การเก็บห้องทำให้ผมรู้สึกว่า นี่เรายังเหลือกิเลสเยอะขนาดนี้เลยหรอ เรายังเสียดายสิ่งที่เราไม่ได้ใช้ขนาดนี้เลยหรอ นี่ขนาดขนไปรอบนึงแล้ว มาถึงรอบนี้ก็ยังเป็นงานที่ทำหลายวันอยู่

สิ่งที่จำเป็นต้องใช้จริงก็มีอยู่ แต่บางสิ่งก็เหมือนจะจำเป็นเหมือนจะไม่จำเป็น หนังสือบางเล่มก็ไม่จำเป็นต้องอ่านแล้ว บางทีก็ยังเก็บไว้ให้ตัวเองงงว่าเก็บไว้ทำไม -..-

นี่แค่เอาของออกยังลำบากขนาดนี้ และของๆเราก็จะไปเป็นภาระคนอื่นอีกทีหนึ่ง เป็นเพราะเราสะสมมามาก

ขนาดว่าหยุดสะสมมาสักพักแล้วยังรู้สึกว่ายังมีภาระมากมาย คิดย้อนไปสมัยที่เรายังไม่ได้ศึกษาธรรมะจริงจัง มันก็สะสมแล้วก็ไม่ได้คิดอะไร สะสมมาเรื่อยๆจนถึงวันที่พบธรรมจึงรู้ว่าการสะสมมันหนัก

การสะสมของว่าหนักแล้วแต่ก็ยังเอาออกง่าย ตายไปก็เอาไปไม่ได้ แต่สะสมกิเลสนี่มันหนักหนาสาหัส เอาออกไม่ได้ง่ายๆ ตายไปก็ยังติดตามไปด้วย คิดแล้วเหนื่อยจริงๆ

ก็พยายามลดสะสมทั้งของทั้งกิเลสกันไป จะได้เอาเวลามากำจัดมันออกบ้าง จะได้เบาๆ