มะเขือเทศเนื้อหนา

มะเขือเทศเนื้อหนา

มะเขือเทศเนื้อหนา

จากคราวที่แล้วที่เล่าถึงมะเขือเทศที่ไม่ยอมสุกเป็นสีแดง ผมก็เริ่มค้นข้อมูลเกี่ยวกับมะเขือเทศมากขึ้น จนพบว่ามะเขือเทศมันก็มีเกือบทุกสีนั่นแหละ สีเขียวก็มีเหมือนกัน

ทีนี้พอมันเป็นสีเขียว มันก็รู้ได้ยากว่ามันสุกเมื่อไหร่ สำหรับต้นนี้ผมได้มาจากการเพาะเมล็ดมะเขือเทศที่ซื้อจากตลาดในตำบล มีลักษณะเด่นคือ ไม่เปลี่ยนสี มีรอยแตก ตอนแรกไม่รู้จะเอายังไงกับมันดี จนมาเห็นรอยแมลงแทะ ซึ่งปกติมะเขือเทศแดง ๆ ลูกอื่นในต้นอื่นจะไม่มีรอยแบบนี้

ก็เลยลองเอาลูกที่โดนแทะนี่แหละมากิน พอผ่าดูก็พบว่าเนื้อของมะเขือเทศหนามาก เมื่อเทียบกับมะเขือเทศทั่วไปก็ดูจะเนื้อหนาเกือบสองเท่า ตามรูปขวาล่างเป็นมะเขือเทศทั่วไปทั้งแบบสุกและไม่สุก

จากที่ลองกินดูก็พบว่ามันหวาน แม้ไม่หวานมากแต่แทบจะไม่มีรสเปรี้ยวเลย สรุปคือมันไม่ค่อยเหมือนมะเขือเทศทั่วไปสักเท่าไหร่

วันก่อนผมก็เอามากินเล่นอยู่หลายลูก ก็กินเพลินดี กินสดนั่นแหละ ว่าแล้วก็นึกสนุก เลยเก็บเมล็ดของมันไปเพาะ มันก็แปลกดี กับมะเขือเทศชนิดนี้ จุดเด่นของมันคือเนื้อหนาและแน่นขนาดนี้ ถ้าพัฒนาเรื่องสีและความหวานได้ ก็จะเป็นพันธุ์มะเขือเทศที่น่าสนใจมากทีเดียว

เก็บเมล็ดมะเขือเทศ

เก็บเมล็ดมะเขือเทศ

เก็บเมล็ดมะเขือเทศ

การจะได้มาซึ่งเมล็ดมะเขือเทศนั้น โดยทั่วไปก็คงจะซื้อกันเป็นซอง ๆ จากที่เขาขาย แต่ผมไม่ค่อยเน้นซื้อเป็นซอง เพราะถ้าไม่จำเป็นจะลองเก็บเมล็ดเองมากกว่า

อย่างมะเขือเทศนี่ก็เป็นพืชที่เก็บเมล็ดง่าย โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีขายกันทั่วไปในไทย แกนกลางจะมีแกนเดียว ทำให้จัดเก็บเมล็ดได้ง่าย แต่ถ้าเป็นพันธุ์ใหญ่ แบบมะเขือเทศยักษ์ จะตัดแกนไม่ง่ายแบบนี้

อย่างลูกนี้เป็นมะเขือเทศเขียว ไม่สุกเป็นสีแดง แต่พอสุกแล้วสีเขียวจะต่างกับตอนยังอ่อนอยู่ ก็เอามาผ่ากลาง แล้วก็เอามีดตัดแกน แค่นี้ก็เสร็จแล้ว เนื้อมะเขือเทศก็เอาไปกิน แกนก็เอาไปขูดเมล็ดออก

ส่วนเมล็ดที่ได้จะเอาไปล้างแล้วพึ่งให้แห้ง หรือพึ่งให้แห้งเลย หรือจะเอาไปปลูกเลยก็แล้วแต่สะดวก แกะเมล็ดออกจากแกนแล้ว แกนที่เหลือก็กินได้อีกนิดหนึ่ง หรือจะโยนทิ้งเป็นปุ๋ยก็ตามสบาย

เวลาผมเก็บเมล็ดมะเขือเทศก็ทำแบบนี้ทั้งหมด ไม่ว่ามะเขือเทศที่ซื้อมาหรือปลูกเอง มันก็เก็บเมล็ดง่ายดี แต่เห็นแบบนี้เขาขายเมล็ดกันแพงนะ ดีไม่ดีแพงกว่าลูกสดอีก ผมก็งง ๆ อยู่เหมือนกัน ว่าทำไมเมล็ดถึงแพงกว่าลูกสดในเมื่อเมล็ดเขาก็เอามาจากลูกสดอยู่ดี หรือส่วนนั้นจะเป็นค่าบริการนำเมล็ดออก ทำความสะอาด ใส่ซอง จัดจำหน่าย ???

ถ้าอะไรเราพอทำเองได้ เราก็ทำ ถ้ามันไม่ไหว หาไม่ได้จริง ๆ จะซื้อจะจ้างมันก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมว่ามะเขือเทศพวกพันธุ์ทั่วไป ไม่รู้จะซื้อเมล็ดไปทำไม ซื้อผลสดดีกว่า ได้ทั้งกิน ได้ทั้งเมล็ดเก็บเมล็ดมะเขือเทศ

การจะได้มาซึ่งเมล็ดมะเขือเทศนั้น โดยทั่วไปก็คงจะซื้อกันเป็นซอง ๆ จากที่เขาขาย แต่ผมไม่ค่อยเน้นซื้อเป็นซอง เพราะถ้าไม่จำเป็นจะลองเก็บเมล็ดเองมากกว่า

อย่างมะเขือเทศนี่ก็เป็นพืชที่เก็บเมล็ดง่าย โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีขายกันทั่วไปในไทย แกนกลางจะมีแกนเดียว ทำให้จัดเก็บเมล็ดได้ง่าย แต่ถ้าเป็นพันธุ์ใหญ่ แบบมะเขือเทศยักษ์ จะตัดแกนไม่ง่ายแบบนี้

อย่างลูกนี้เป็นมะเขือเทศเขียว ไม่สุกเป็นสีแดง แต่พอสุกแล้วสีเขียวจะต่างกับตอนยังอ่อนอยู่ ก็เอามาผ่ากลาง แล้วก็เอามีดตัดแกน แค่นี้ก็เสร็จแล้ว เนื้อมะเขือเทศก็เอาไปกิน แกนก็เอาไปขูดเมล็ดออก

ส่วนเมล็ดที่ได้จะเอาไปล้างแล้วพึ่งให้แห้ง หรือพึ่งให้แห้งเลย หรือจะเอาไปปลูกเลยก็แล้วแต่สะดวก แกะเมล็ดออกจากแกนแล้ว แกนที่เหลือก็กินได้อีกนิดหนึ่ง หรือจะโยนทิ้งเป็นปุ๋ยก็ตามสบาย

เวลาผมเก็บเมล็ดมะเขือเทศก็ทำแบบนี้ทั้งหมด ไม่ว่ามะเขือเทศที่ซื้อมาหรือปลูกเอง มันก็เก็บเมล็ดง่ายดี แต่เห็นแบบนี้เขาขายเมล็ดกันแพงนะ ดีไม่ดีแพงกว่าลูกสดอีก ผมก็งง ๆ อยู่เหมือนกัน ว่าทำไมเมล็ดถึงแพงกว่าลูกสดในเมื่อเมล็ดเขาก็เอามาจากลูกสดอยู่ดี หรือส่วนนั้นจะเป็นค่าบริการนำเมล็ดออก ทำความสะอาด ใส่ซอง จัดจำหน่าย ???

ถ้าอะไรเราพอทำเองได้ เราก็ทำ ถ้ามันไม่ไหว หาไม่ได้จริง ๆ จะซื้อจะจ้างมันก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมว่ามะเขือเทศพวกพันธุ์ทั่วไป ไม่รู้จะซื้อเมล็ดไปทำไม ซื้อผลสดดีกว่า ได้ทั้งกิน ได้ทั้งเมล็ด

มะเขือเทศกินสด

มะเขือเทศกินสด

มะเขือเทศกินสด

พอลองปลูกมะเขือเทศจนได้ผล ก็เอามาประกอบอาหารต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่เคยได้ลองกินสดสักที ก็เลยเอามาลองกินแบบมะเขือเทศกินสดกัน

ปกติแล้วมะเขือเทศที่เห็นขายในห้าง ก็จะมีสองแบบ คือแบบที่เหมาะกับการนำไปประกอบอาหาร กับแบบที่ผลิตมาเพื่อกินสด อย่างเช่น มะเขือเทศตระกูลเชอรี่ เป็นต้น

แต่นี่เราก็เอามะเขือเทศบ้าน ๆ มากินแหละ พันธุ์อะไรไม่รู้ ก็คล้าย ๆ พันธุ์ท้ออยู่บ้าง ระบุไม่ได้เหมือนกันเพราะซื้อมาจากตลาดต่างจังหวัด ถุงหนึ่ง 10 บาท มันก็ปน ๆ กันไม่ได้มีพันธุ์เดียว เรียกว่าพ้นธุ์ท้องถิ่นแล้วกัน

ก็เห็นผลสุกแดงก่ำ เลยเอามาลองกินลูกหนึ่ง ก็กัดกินแบบผลไม้ทั่วไปเลย มันก็อร่อยดี อีกลูกหนึ่งก็เอามาปาดแล้วจัดให้มันดูดีนิดหน่อย วางเกลือโปะไว้ข้าง ๆ เพราะสังเกตว่ามะเขือเทศกินผลเขามักจะแถมพริกเกลือให้ แต่นี่พริกเราไม่มี เอาแต่เกลือแล้วกัน สรุปว่ารสดี ไม่ได้เปรี่ยวขนาดนั้น จะเรียกว่าอย่างไรดี คือมันไม่ได้เปรี้ยวแบบที่คิด สัดส่วนความเปรี้ยวนี่มันนิดเดียว หวานเยอะกว่านะ

ก็เลยได้ประสบการณ์กินมะเขือเทศสดเพิ่มขึ้น คือไม่จำเป็นต้องกินลูกเล็กก็ได้ กินลูกใหญ่ก็ได้เหมือนกัน จริง ๆ จะเรียกว่าลูกใหญ่ก็ไม่ถูก เพราะถ้าเทียบกับพันธุ์ที่ใหญ่ในตลาด ลูกนี้ก็ยังเล็กอยู่ดีนั่นแหละ

ส้มตำ กับวัตถุดิบที่ปลูกเอง

ส้มตำ

ส้มตำ กับวัตถุดิบที่ปลูกเอง

วันก่อนลองทำส้มตำอีก เป็นสูตรแบบที่เขาใส่ทั่วไป เพื่อทดลองและเรียนรู้อะไรบางอย่าง

พอทำเมนูหนึ่งก็จำเป็นต้องกินหลายวัน เพราะวัตถุดิบมันเยอะ แต่พอหลายวันก็มีเน่าเสียไปบ้างก็มี เช่น มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว

ก็เลยไปหาวัตถุดิบในสวนว่าพอจะมีอะไรบ้าง ก็มีมะเขือเทศสองลูก ลูกหนึ่งสุกอีกลูกเขียว ลูกหม่อน ถั่วพุ่ม ก็เอามาใส่ส้มตำ

แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ส้มตำนี่จริง ๆ เป็นเมนูจากของใกล้ตัวทั้งนั้นเลยนะ ตอนนี้ยังขาดมะละกอ มะนาว พริก กระเทียม ที่ยังไม่โตบ้าง ยังไม่ได้ปลูกบ้าง แต่ถ้าปลูกครบก็ไม่ต้องวิ่งออกไปหาที่ไหน เก็บกินเอาได้ในสวนนั่นแหละ

หลังจากใส่หม่อนไป ผมเพิ่งจะสังเกตว่าคนเราต้องการเสพรสที่หลากหลาย อย่างรสเปรี้ยวนี้เขาไม่ได้ต้องการเปรี้ยวเดียว ส้มตำนี้มีสามเปรี้ยว คือเปรี้ยวจากมะขามเปียก เปรี้ยวจากมะเขือเทศ เปรี้ยวจากมะนาว และที่ผมใส่ยังไปได้เปรี้ยวจากลูกหม่อนอีก

มันต้องหลากหลายไปไหน เปรี้ยวเดียวไม่ได้หรอ? เดี๋ยววันหลังจะลองเปรี้ยวเดียว ส่วนเค็มหวาน เผ็ดในส้มตำนี่ไม่ค่อยหลากหลายอยู่แล้ว แต่อาจจะมีบางที่เขาทำหลากหลายนะ อย่างในบางเมนูอาหารพริกแห้งก็ต้องมี พริกสดก็ต้องใส่ ความหลากหลายเหล่านี้คนเขาก็เรียกว่าอร่อย แต่ผมว่ามันเป็นความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยนะ

มะเขือเทศรุ่นสอง

มะเขือเทศรุ่นสอง

มะเขือเทศรุ่นสอง

หลักจากที่เด็ดมะเขือเทศไปแล้ว ก็ต้องรอชุดใหม่สุก มะเขือเทศมันจะสุกเป็นชุด ๆ ก็คงจะตามการดูแลของเรา ดูแลดีมันก็ออกดอกติดผล ไปเป็นช่วง ๆ

มะเขือเทศสามารถเอาไปประกอบอาหารและกินสดได้ คือใช้เป็นทั้งผักและผลไม้ได้ ตอนนี้ต้นที่โตเต็มวัยในชุดที่รอดมาจากการถูกปลูกแล้วทิ้งไปเฉย ๆ 3 เดือนนั้นมีแค่สามต้น

พอเวลาแต่ละต้นสุก ก็สุกไม่พร้อมกัน แม้จะมีลูกอยู่มาก แต่ก็จะสุกทีละ 3-4 ลูกเท่านั้น ดังนั้นวันหนึ่งอย่างเก่งก็เก็บผลกินได้เท่านั้นแหละ

ช่วงนี้ก็เลยปลูกเพิ่ม ก็อีกหลายสิบต้น ราว ๆ 50 ต้น ไม่รู้ว่าตอนโตแล้วออกดอกออกผลพร้อมกันจะเป็นอย่างไร รู้แต่สามต้นนี่ไม่พอกิน มีให้กินได้ทุกวันมันก็ดี

ซึ่งมะเขือเทศนี่เก็บผลไว้กับต้นได้นาน ไม่ต้องมีตู้เย็น กว่ามันจะแดง กว่ามันจะเหี่ยวก็นานอยู่ ดังนั้นถ้ามีหลายต้นก็คงจะได้กินทุกวัน

กินมะเขือเทศไร้สารพิษทุกวันแบบนี้ สุขภาพดีจะหนีไปไหน มะเขือเทศเป็นผักฤทธิ์เย็นด้วย ทำให้กินง่าย ปรับง่าย จะปรับให้ร้อนขึ้นก็แค่เอาไปปรุงเพิ่ม ถ้าอากาศร้อนก็กินสด ปลูกติดบ้านไว้ไม่เสียหาย

[30] ลองกินมะเขือเทศ + เก็บเมล็ด

diary-0030-ลองกินมะเขือเทศ

30. ลองกินมะเขือเทศ + เก็บเมล็ด

หลังจากที่ปลูกมะเขือเทศแล้วได้ผล ก็เลยคิดว่าน่าจะทดลองปลูกมะเขือเทศพันธุ์อื่น ๆ บ้าง

เมื่อคิดอย่างนั้น ก็เลยไปลองซื้อมากินดู ว่าแต่ละพันธุ์นั้นมีรสชาติอย่างไร (ปกติกินแต่มะเขือเทศทั่วไป) ซึ่งก็ได้ผลมาว่า บางชนิดเนื้อแน่น บางชนิดเนื้อไม่แน่น บ้างก็ออกหวาน บ้างก็ไม่ค่อยหวาน และก็ได้ประสบการณ์ใหม่ว่า มะเขือเทศกินสดก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะพวกผลเล็ก ๆ กินไปก็คล้าย ๆ องุ่น ก็น่าปลูกดีเอาไว้กินเป็นผลไม้

ที่ซื้อมาลองก็มะเขือเทศที่ขายในห้างทั่วไป ผมซื้อมาอย่างในรูปนี้ก็ 5 ชนิด ก็แพงอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้แพงที่สุด ตกแพคละ 20-50 บาท ไอ้ที่แพคละ 100-300 นี่ซื้อไม่ลง มันอาจจะหวานกว่าละมั้ง แต่ที่กินไป 5 ชนิดนี่แทบไม่ได้ต่างกันขนาดนั้น คือไม่มีนัยสำคัญในความหวาน ซึ่งการซื้อผลสดมาลองกินก็น่าจะดีกว่าซื้อเมล็ดพันธุ์ที่เขาขายเป็นซอง เพราะถ้าซื้อแบบนั้น กว่าจะรู้ว่ามันรสเป็นอย่างไร ก็ต้องรอโต

แต่วิธีของผมนี่จะเลือกปลูกจากที่ได้ทดลองกินแล้ว เหมือนย้อนขั้นตอนไปอีกขั้น กินแล้วก็เก็บเมล็ดเอง เคยลองแล้วได้ผล และมันไม่ยากก็เลยเลือกใช้วิธีนี้

การปลูกพืชผักของผม ไม่เหมือนเกษตรกรเขาทำ แต่จะทำเหมือนการวิจัย ทดสอบ ทดลองอะไรไปเรื่อย เน้นเอาความรู้ ส่วนผลผลิตนั้นเป็นผลพลอยได้

ถ้ามะเขือเทศชุดนี้เพาะสำเร็จแล้ว ลงปลูกแล้ว ได้ผลแล้ว จะเอามาให้ดูกันอีกที

มะเขือเทศที่ไม่เป็นสีแดง

มะเขือเทศที่ไม่เป็นสีแดง

มะเขือเทศที่ไม่เป็นสีแดง

อาจจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่หลายคนก็คงรู้อยู่แล้ว แต่เรื่องนี้ผมเพิ่งรู้ คือ “มะเขือเทศไม่จำเป็นต้องสุกเป็นสีแดง”

ผมก็เคยเห็นบ้างที่เขาเอามะเขือเทศมาขาย ลูกสีส้มบ้าง สีเขียวบ้าง ก็เข้าใจว่าเขาเก็บตอนที่มันยังไม่สุก ถ้าสุกมันก็คงเป็นสีแดงเหมือนกันหมด

จนกระทั่งผมลองปลูกมะเขือเทศเอง ก็ได้ผลสุกเป็นสีแดงทั้งหมด จนกระทั่งมาเจอกับมะเขือเทศต้นนี้ เป็นต้นที่ให้ลูกมาก ลูกใหญ่ ตอนที่ผมไปเจอมันอยู่ในพงหญ้าก็มี 8 ลูกโต ๆ แล้ว ทุกลูกเป็นสีเขียว

ต่อมาผมก็ถางหญ้า รดน้ำดูแลมัน หวังว่ามันจะสุก สุดท้ายแม้จะรอนานแค่ไหน มันก็ไม่สุกเสียที ก็อย่างที่เห็น มันก็สีเหลืองจนเหี่ยวไปนั่นแหละ ผมก็ลองเอาผลสีเหลืองมากินแล้ว มันก็รสเหมือนมะเขือเทศสุกทั่วไป

คือมันสุก แต่มันไม่เป็นสีแดง ผมไม่เคยซื้อมะเขือเทศสีอื่นมาเลย เลือกแต่ลูกแดง ๆ และมะเขือเทศต้นนี้ก็เป็นต้นที่เพาะเมล็ดมาจากผลสีแดงที่ซื้อจากตลาดนั่นแหละ

เหมือนกับที่เราคาดหวังว่าใครสักคนจะพัฒนา เราเฝ้าดูแล เอาใจใส่ สุดท้ายพบว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ วันเวลาเปลี่ยนแปลง ร่างกายของเขาแก่ก็จริง แต่ความคิดเขาไม่เปลี่ยน สุดท้ายเขาก็อาจจะตายไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่เข้าใจความผาสุกที่แท้จริงเลยก็ได้

แน่นอนว่าการดูแลของเราก็เป็นกรรมดีที่เราสมควรทำ แต่ความคาดหวังนั้นเป็นสิ่งที่จะทำร้ายตัวเรา เหมือนกับมะเขือเทศ เราไม่รู้หรอกว่ามันจะสุกเป็นสีแดงหรือไม่ เป็นเพราะเราดูแลไม่ดีหรือเป็นเพราะพันธุ์มัน หรือเพราะเรายึดมั่นว่าผลสุกที่ดีต้องสีแดง ถ้ามันเป็นพันธุ์ที่ไม่มีวันจะเป็นสีแดงได้ เราไปพยายามให้มันเป็นมันก็ทุกข์เปล่า ๆ

คนก็เช่นกัน พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่า คนนั้นมีทั้งคนที่สอนได้ คนที่สอนไม่ได้ แม้คนที่สอนได้ยังมีระดับง่ายไปจนถึงสอนลำบาก ในช่วงเวลาที่มีอยู่จำกัด เราจะเลือกทำสิ่งใด ถ้ามะเขือเทศที่ตลาดต้องการต้องมีผลสดใหญ่สีแดง เรายังจะปลูกมะเขือเทศที่ไม่มีวันเป็นสีแดงนี้อยู่ไหม เหมือนกับที่โลกต้องการคนดีแท้ เราจะให้เวลากับการสร้างคนดีแท้ที่พอจะเป็นไปได้ หรือเป็นไปได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้เลย

นี่คือเรื่องที่ผมได้จากมะเขือเทศต้นนี้ …แต่ผมอาจจะดูแลมันไม่ดีก็ได้นะ เดี๋ยวจะลองใส่ปุ๋ยแล้วมาดูผลชุดใหม่กันอีกที

ต้นมะเขือเทศสุดอึด

ต้นมะเขือเทศสุดอึด

ต้นมะเขือเทศสุดอึด

มะเขือเทศนี่เป็นพืชที่ผมค่อนข้างประทับใจกับความอึดของมันตั้งแต่ครั้งก่อนที่ลงว่า ปลูกไว้ตั้งแต่ต้นโตแค่ 4-5 นิ้ว แต่ทิ้งไว้ กับฟ้ากับฝน 3 เดือน กลับมา ยังรอดอยู่ได้ แถมให้ผลอีก

แล้วตอนนี้มันไม่ใช่แค่รอดนะ มันยังงามด้วย คือให้ผลได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่เรารดน้ำ บำรุงมันให้ดีหน่อย มันก็กลับฟื้นและออกดอกออกผล

อย่างในรูปนี้ กิ่งนี้กิ่งเดียว ก็ออกผล 5 ลูก ยังมีกิ่งอื่นอีก แต่มีลูกไม่เยอะ 2-3 ลูก ต้นนี้มี 3 กิ่ง คิดว่าคงโตและให้ผลไปได้อีกสักพักก่อนที่มันจะต้องตายไปตามอายุขัยของมัน อย่างน้อยก็มีมะเขือเทศไร้สารพิษให้ผมได้กินเสริมวิตามินไปได้อีกสักพัก

ผลการเพาะมะเขือเทศ

ผลการเพาะมะเขือเทศ

ผลการเพาะมะเขือเทศ

เป็นมะเขือเทศที่เพาะไว้ตั้งแต่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ก็ราว ๆ 20 กว่าวัน ได้ต้นกล้ามะเขือเทศที่ดูแข็งแรง จริง ๆ แล้วถ้ามันขึ้นง่ายขนาดนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเพาะเยอะแบบนี้ก็ได้ เพราะว่าเพาะเยอะไปก็โตช้า แย่งอาหารกัน ต้องจับแยกปลูก

คราวหน้าว่าจะลองเพาะให้มันปราณีตกว่านี้ดู เพื่อเปรียบเทียบกันว่าแบบไหนจะสะดวกต่อการทำงานมากกว่า บางครั้งเน้นคุณภาพก็ดี บางครั้งเน้นปริมาณก็ดี ก็แล้วแต่องค์ประกอบ ณ เวลานั้น ๆ

ผมค่อนข้างประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงมะเขือเทศในระดับทดลอง เพราะสามารถทำจนเกิดวงจรแล้ว คือได้ผล>เก็บเมล็ด>เพาะเมล็ด>ดูแลให้เติบโต>ให้ผล

พอได้ผลแบบนี้แล้วก็ค่อยขยายผลต่อไป จากแปลงเล็ก ๆ ก็ค่อยขยายและเพิ่มปริมาณขึ้น ทดลองดูว่าจะจัดการอย่างไรกับต้นมะเขือเทศ อย่างตอนนี้ที่เลี้ยงอยู่นี่ต้นยาวกว่า 2 เมตร เอามาขึ้นเสา ก็สูงกว่า 2 เมตรเลยทีเดียว

ต้นมันจะสูงจะเลื้อยจะยาวก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็อยู่ที่ว่าเราจะจัดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้มันได้ผล และดูแลได้ง่าย จะปล่อยให้ยาว หรือจะตัดให้สั้นก็ค่อยทดลองกันไปอีกที

มะเขือเทศสุกคาต้น

มะเขือเทศสุกคาต้น

มะเขือเทศสุกคาต้น

ผ่านไปกว่าครึ่งเดือนแล้วที่ถ่ายรูปนี้ไว้ จนตอนนี้มะเขือเทศในรูปก็เริ่มเหี่ยวนิดหน่อย แต่ก็ยังอยู่ในระยะที่กินได้ ยังไม่เน่า

ก็เลยนึกได้ว่า วิธีเก็บที่ดีที่สุดก็คือปล่อยมันอยู่กับต้นละนะ เพราะถ้าไม่มีตู้เย็น การเก็บผักผลไม้มาวางทิ้งไว้มันก็จะเหี่ยว

ตอนนี้ก็คิดว่าจะเอาสองลูกนี้ไปเพาะเมล็ดต่อ เพราะลองกินดูแล้วก็อร่อยแบบมะเขือเทศ จะว่ายังไงดี.. มันก็มีหวานเปรี้ยวไปตามเรื่องราวของมัน

ไม่รู้อันนี้พันธุ์อะไร เพราะเป็นมะเขือเทศที่ซื้อมาจากตลาด ถามชาวบ้านเขาก็บอกไม่รู้… แต่เพาะมะเขือเทศนี่เพาะง่าย สนุกดี ส่วนใหญ่ต้นจะอึดแข็งแรง ไม่ต้องดูแลมาก กะว่าหน้าแล้งนี่ปลูกมะเขือเทศคงดี เพราะดูจะใช้น้ำไม่เยอะ แถมยังเก็บผลผลิตได้หลายรอบอีกต่างหาก