ส่งการบ้านวิชชาราม

ช่วงประมาณ 1 ปีมานี้ ไปคลุกอยู่กับสถาบันวิชชาราม ทั้งอาสาในส่วนของงานทั่วไปและในส่วนของนักศึกษาด้วย ซึ่งการศึกษาของสถาบันวิชชารามนี่เขาก็ศึกษาแบบนอกระบบทั่วไป เอาง่าย ๆ ว่าจะสอนให้ล้างกิเลสกันเป็นหลัก ผ่านการงานนั่นแหละ

แล้วในส่วนการบ้านนี่ก็เป็นส่วนสำคัญนะ คือจะว่าการบ้านก็ใช่ เป็นการแบ่งปันก็ใช่ เพราะเขาก็ไม่ได้บังคับให้ทำ ส่วนใหญ่เป็นการเผยแพร่ความรู้ที่ได้ศึกษาและปฏิบัติตาม ผลงานที่ผมได้ส่งไว้ก็มีมากมาย ตอนนี้เขาย้ายส่วนของการบ้านมาใส่ไว้ใน ห้องสมุดนักศึกษาวิชชาราม

ท่านใดสนใจก็กดเข้าไปดูได้ แม้จะไม่ได้มีงานบทความใหม่ ๆ แต่งานการบ้านเยอะมากเลยเชียวล่ะก็ไปติดตามกันดูได้ มีหลายท่านหลายเรื่อง ตั้งใจแบ่งปันความรู้ แบ่งปันประโยชน์กันทั้งนั้น

ธรรมในดงกาม

การศึกษาและปฏิบัติธรรม ตลอดจนถึงความรู้ความเข้าใจในทุกวันนี้ มีสภาพที่ลักลั่น กลับหน้าเป็นหลัง กลับเบื้องปลายเป็นต้น กลับหัวกลับหางไปหมดแล้ว

ในมุมความเข้าใจ เช่น การบวช เขาก็เอากามมาใส่ บ้างก็บอกงานบวชต้องครื้นเครง จริง ๆ พระพุทธเจ้าให้ละอบายมุข ให้เว้นจากมหรสพและการบันเทิงที่ไม่เป็นกุศล ที่เพิ่มกิเลส สนองกิเลส นั่นกามในระดับอบายมุขเขายังเอามาใส่ในงานบวชได้หน้าตาเฉย แล้วหลงว่าเป็นของดีด้วย วัดก็เช่นกัน เอางานรื่นเริงงานกิเลสมาใส่ในวัด เป็นส่วนหนึ่งของวัด กลายเป็นกามกับกับการปฏิบัติธรรมเป็นเนื้อเดียวกันจนแยกไม่ออก ความเห็นนี่มันเพี้ยนไปหมดแล้ว

ในมุมการศึกษาและปฏิบัติยิ่งแล้วใหญ่ สมัยนี้เขาไม่พูดถึงกามกันนะ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เขาไม่ลด ละ เลิกกันเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นธรรมเบื้องต้นที่ควรละ เขาไปปฏิบัติกันอัตตานู่น จะมาละอัตตา ไม่เป็นตัวกูของกู สิ่งทั้งหลายไม่ควรยึดมั่นถือมั่น นี่มันลักลั่น ไม่เป็นไปตามลำดับ ไม่เป็นไปตามที่พระพุทธเจ้าสอน ก็เลยตีกินเสพกาม คือละอัตตามาเสพกาม หรือจะเรียกว่าฉันจะเสพ แกอย่ามายึดมั่นถือมั่น

กลายเป็นคนกามจัด และศึกษาธรรมไว้ป้องกันตัวเอง เอาไว้กันคนด่า มีเห็นต่างก็สวนด้วยบทอัตตา แต่กลิ่นกามตัวเองนี่เหม็นโฉ่เลย แบบนี้ก็เคยเจอมาแล้ว

ปฏิบัติธรรมในมุมอัตตามันเหมือนจะดูเท่ แต่จริง ๆ ถ้าเอาอัตตามาก่อน มันจะไม่ได้ปฏิบัติอะไรเลย เพราะดันชิงวางไปหมด สิ่งที่ดีสิ่งที่ควรละก็ดันวางหน้าที่ไป เช่น กามควรละก่อน ก็เพิกเฉย ก็ปล่อยผ่านไป ทำเหมือนกามไม่เป็นภัย ฉันไม่มีอัตตาฉันก็จบกิจได้แล้ว อันนี้มันก็ผิดเพี้ยนไป

ในกามก็ยังมีมิติของความเบียดเบียนที่แตกต่างกัน กามที่ยังเบียดเบียนผู้อื่นมาก เช่น การกินเนื้อสัตว์ ที่มีความอยากในรูป รส กลิ่น สัมผัส ถึงขนาดที่จะต้องเอามาบำเรอตน ต้องเอามาเสพ ไม่หยุด ไม่ละ ไม่พราก อันนี้คนเขาก็ไม่ปฏิบัติกัน ไม่ศึกษากัน เขาจึงไม่รู้ว่าความอยากกินนี่แหละกิเลส กามที่หนาขนาดนี้นี่แหละควรจะละ ควรจะกำจัดก่อน เพราะมันเบียดเบียนรุนแรงมาก ถึงขนาดจะต้องเอาชีวิตเขามา

ถ้าคนศึกษาอธิศีลข้อ ๑ จนเจริญขึ้น มีปัญญาขึ้นจะสามารถลดละกามในระดับนี้ได้เอง แต่ก็จะมาติดกามในระดับต่อไปเช่น เนื้อเทียม อาหารมังสวิรัติปรุงอร่อย กามหรือความอยากในระดับนี้ไม่ไม่เบียดเบียนชีวิตอื่นโดยตรง แต่ก็ยังเบียดเบียนทำร้ายชีวิตตัวเองด้วยสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ความเป็นพิษเป็นภัยของอาหารรสจัดและปรุงแต่งมากอยู่ ดังนั้นเมื่อปฏิบัติต่อไปก็ลดกามในระดับนี้ไปตามลำดับ

ดังที่ยกตัวอย่างมา จะสอดคล้องกับสังโยชน์ ๑๐ ในเบื้องต่ำ ๕ ข้อ ก็ต้องละกามราคะให้ได้ก่อน ซึ่งกามมันก็อยู่ในชีวิตประจำวันนี่แหละ มันก็เรื่องกิน แต่งหน้าแต่งตัว ฯลฯ แต่คนเขาไม่ปฏิบัติกันนะ เขาลัดไปปฏิบัติอะไรก็ไม่รู้ตามที่เขาว่าดี แต่มันไม่เป็นไปตามลำดับที่พระพุทธเจ้าตรัสไง คือมันก็ดูเท่ดีอะ ละอัตตา ดูไร้ตัวตน ไร้ความยึดมันถือมั่น แต่ลำดับมันผิด มันก็ผิดหมดแหละ เหมือนเด็กที่ร้อนวิชาอยากบรรลุธรรมไว ๆ เลยไปเอาวิทยานิพนธ์ของ ปริญญาเอกมาอ่าน มันก็เข้าใจนั่นแหละ แต่เข้าใจแบบเด็กอนุบาล แล้วก็เอามาสอนและปฏิบัติกันผิด ๆ มานานแล้ว

บางคนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ อ้างว่าศึกษาปฏิบัติธรรม ลดกิเลสนะ อวดใหญ่เลย แต่อบายมุขนี่เต็มบ้องเลย อบายมุขนี่หยาบกว่ากาม เน่ากว่ากาม เขายังลดไม่ได้เลย จะมีปัญญาเห็นว่ากามเป็นโทษนี่เป็นไปไม่ได้หรอก

อบายมุขเช่นอะไร? เช่นเสพของมึนเมา เมาในอะไรก็ตามแต่ วัตถุหยาบ ๆ ก็ยาเสพติด เหล้า บุหรี่ เมาดารา เมาของสะสมก็เมาในระดับอบายมุขเหมือนกัน แต่มันติดรูปติดวัดถุกันคนละอย่าง

๒.ก็เที่ยวกลางคืน คือเร่ร่อนหากามเสพในตอนกลางคืนนั่นแหละ จะกิน เที่ยว ดู ชม ฟัง อะไรก็แล้วแต่ กลางคืนไม่ใช่เวลาที่ควรจะเสพแล้ว แต่ก็ยังวนเวียนอยู่ไม่เลิกรา

๓.ดูการละเล่น ดูหนังดูละครที่มันเพิ่มกิเลส เอาสนุก เอามัน เอาสะใจ ดูกีฬา กายกรรม คอนเสริต ฯลฯ นี่ระดับอบายมุขทั้งนั้น คือมันไม่จำเป็นกับชีวิต ก็ต้องเอามาเสพให้เสียเวลา

๔.เล่นการพนัน ก็พนัน หวย หุ้น พวกนี้เข้าเกณอบายมุขหมด

๕.คบคนชั่วเป็นมิตร มงคลชีวิตคือห่างไกลคนชั่ว คนชั่วพาไปทำชั่วได้สารพัด พาไปผิดศีลเมาอบายมุขข้ออื่น ๆ

๖.ขี้เกียจ ไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ อ้างนู่นอ้างนี่อยู่นั่น (แต่ขยันในสิ่งที่เป็นโทษ ไม่มีประโยชน์ก็ไม่ได้หมายความว่าจะดี)

นี่อบายมุข ๖ โดยย่อ นี่กิเลสหยาบ ๆ เลย คนปฏิบัติธรรมสมัยนี้เขาไม่ละไม่ทำให้ลดกันแล้ว ไม่ต้องพูดถึงกามเลย ไม่มีปัญญารู้หรอก มันจะไม่รู้ว่ากามเป็นโทษอย่างไร ไม่มีปัญญารู้ว่าเสพแล้วให้ผลอย่างไร กรรมที่เสพกับกรรมที่ไม่เสพต่างกันอย่างไร ไม่มีปัญหารู้ มันจะทื่อ ๆ งง ๆ ตีทิ้งไปเลย

สุดท้ายพอศึกษาและปฏิบัติธรรมลักลั่น มันก็เลยผิดเพี้ยน ได้ความเท่เฉย ๆ แล้วก็เอากามไปหมกไว้ใต้อัตตา เอาไปซ่อนไว้ใต้คำคมธรรม คือพูดน่ะดูดี แต่กามยังเสพอยู่ เหมือนพูดธรรมชั้นสูง แต่ปากยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ อันนี้หลักฐานมันก็คาปากอยู่ ไอ้ที่หยาบ ไอ้ที่ว่าง่ายคุณยังเลิกไม่ได้ ไม่ต้องไปหวังอะไรมากกว่านั้นหรอก เพราะมันจะไม่มีปัญญาเข้าใจแล้ว ถึงเข้าใจไปก็เฉโก ก็ตีกินไปตามกิเลสนั่นแหละ

บทเรียนจากการเลี้ยงไม้ประดับ

จากการศึกษาไม้ประดับเช่นกระบองเพชร (แคคตัส,cactus) , บอนสี, ลิ้นมังกร และอื่นๆ มาช่วงหนึ่ง ผมได้รับความรู้เกี่ยวกับไม้ประดับมากมาย แต่ความรู้เหล่านั้นก็ยังไม่มีค่าเท่ากับความรู้ตอนที่เลิกศึกษา เลิกสะสม เลิกเลี้ยงไม้ประดับเหล่านั้น

ในวันนี้ผมได้ตัดสินใจที่จะปิดบล็อกในส่วนที่เคยเผยแพร่บทความเกี่ยวกับประสบการณ์การเลี้ยงและศึกษาต้นไม้ทั้งหมด เพราะเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถหาข้อมูลกันที่ไหนก็ได้ เลี้ยงเองก็เรียนรู้ได้ ผมจึงคิดว่าคงไม่จำเป็นแล้วที่จะเผยแพร่เรื่องที่ไม่น่าสนใจเหล่านั้น ซึ่งในตอนนี้ผมมีความรู้ที่มีคุณค่ามากกว่า มีประโยชน์มากกว่า เป็นสิ่งที่อยากเผยแพร่ ให้นักศึกษาและสะสมไม้ประดับทุกคนที่สนใจได้เรียนรู้

คือความรู้ในการปล่อยวางการสะสม ปล่อยวางการไม่มีเรียนรู้ ไม่ต้องจับไม่ต้องยึด เหลือเพียงประโยชน์และความจำเป็นจริงๆในชีวิตเท่านั้น สิ่งใดเป็นประโยชน์ก็ดำรงไว้ สิ่งใดไม่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่สาระในชีวิต ไม่มีความจำเป็นต้องมี ก็พิจารณาให้เห็นโทษของสิ่งนั้นเพื่อที่จะได้ออกจากความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยนั้นด้วยใจเป็นสุข ผมจึงได้รวบรวมมาไว้ในบทความนี้

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

รวบรวมประสบการณ์การเรียนรู้ของทุกข์ของการสะสม และความหลงมัวเมาในสิ่งที่เรียกว่าไม้ประดับ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่เริ่มสนใจจะศึกษาและเรียนรู้ไม้ประดับ ตลอดจนผู้ที่สนใจจะนำไปประกอบอาชีพ เราเชื่อว่าบทความเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับท่าน กรุณาลองพิจารณาสิ่งดีๆที่เรานำเสนอดูสักนิด และลองฉุกคิดสักหน่อยก่อนที่ท่านจะเริ่มเรียนรู้ต่อไป

เมื่อของสะสมกลายเป็นภาระ

เมื่อของสะสมกลายเป็นภาระ

ของสะสมที่เราเคยรักเคยผูกพัน จนกระทั่งวันที่สามารถเข้าใจความจริง ว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์แท้ต่อชีวิต สิ่งใดที่เป็นโทษต่อชีวิต เราไม่สามารถปฏิเสธความจริงนี้ได้เลย

 

รวยเท่ากับซวย #5

รวยเท่ากับซวย #5

แบ่งปันประสบการณ์ ถ้าเร็วกว่านี้ก็คงจะรวย (ซวย) ไปแล้ว.. แม้ความรวย ความมั่งคั่งและความสุขสบาย จะเป็นสิ่งที่มนุษย์ตามหา แต่ในความรวยนั้นอาจจะมีกับดักซ่อนอยู่ก็เป็นได้

 

การสะสมว่ายากแล้ว การเลิกสะสมนั้นยากกว่า

การสะสมว่ายากแล้ว การเลิกสะสมนั้นยากกว่า

การสะสมแต่ละอย่างนั้นเราต้องใช้ทั้งกำลังทรัพย์ และความพยายาม ในการตามหาสืบเสาะเพื่อให้ได้มันมาครอบครอง แม้จะมองว่าได้มายากแสนยาก แต่ตอนจะเลิกสะสมนั้นยากกว่า ของนั้นมีอยู่ แต่คนที่สามารถจะทิ้งสิ่งนั้นได้ไม่มี

 

คำสารภาพบาป จากอดีตผู้หลงไหลไม้ประดับ

คำสารภาพบาป จากอดีตผู้หลงไหลไม้ประดับ

เมื่อความยึดมั่นถือมั่นของเรา กลายเป็นการเสริมกิเลสให้กับผู้อื่น เมื่อเราหลงไหลกับสิ่งใด เราก็จะกลายเป็นฑูตแห่งกิเลสไปโดยไม่รู้ตัว พร้อมบทแนะนำเกี่ยวกับสภาวะธรรมที่ได้เรียนรู้

 

ซึ่งหลังจากนี้บล็อก cactus.dinp.org, sansevieria.dinp.org, caladium.dinp.org จะถูกลบข้อมูลทั้งหมดและปิดตัวลงอย่างถาวร สามารถติดตามผลงานอื่นๆจากผู้เขียนได้ที่ facebook : ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์