หนึ่งปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่าช่วงเวลานี้เมื่อปีที่แล้วพึ่งผ่านพ้นไปได้ไม่นาน ไม่เคยคิดเลยว่ากาลเวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนี้

วันนี้ไปจ่ายภาษีรถ เป็นกิจกรรมที่ทำปีละครั้ง แต่รู้สึกเหมือนมันพึ่งผ่านมาไม่นาน ทั้งๆที่จริงแล้วมันผ่านมาตั้งหนึ่งปีแล้ว ทำให้เริ่มรู้สึกว่า แต่ละปี แต่ละปีนั้นผ่านไปไวกว่าที่คิด

เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปไว ก็คิดว่าตัวเองน่าจะเร่งทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้มากขึ้น ลดกิจกรรมที่ไม่เป็นประโยชน์ลง เพราะอีกไม่นานก็คงจะเข้าวัยรุ่นตอนปลาย แล้วก็แก่ แล้วเฒ่า

หนึ่งปีไวขนาดนี้ สิบปีก็คงจะไวเหมือนกัน ไม่แน่ว่าร้อยปีก็อาจจะรู้สึกเช่นนี้ก็ได้ ถ้าอยู่ได้ถึงร้อยปีก็อาจจะเข้าใจก็ได้นะ แต่ตอนนี้เอาปัจจุบันให้เป็นประโยชน์ก่อนแล้วกัน

บทความ มังสวิรัติ

เริ่มเขียนบทความ เกี่ยวกับมังสวิรัติขึ้นมาอย่างจริงจังแล้ว ตอนนี้ผ่านมาเดือนกว่า แต่ก็มีบทความไม่น้อยเลย คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่เริ่มต้นกินมังสวัรัติ หรือหัดกินมังสวิรัติ รวมไปถึงผู้ที่กินมังสวิรัติเป็นประจำก็สามารถแบ่งปันและร่วมเรียนรู้ได้เช่นกัน

เมนูมังสวิรัติที่ทำแบ่งปันไปเปรียบเสมือนขนมหวาน เหมือนน้ำจิ้ม แต่สาระหลักที่คิดจะแบ่งปันก็คือบทความและแนวคิดเกี่ยวกับการกินมังสวิรัตินี่แหละ คือสิ่งที่ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่น่าจะยังขาดองค์ความรู้นี้กันอยู่พอสมควร เราเรียนรู้กันมามากแล้วว่าการเบียดเบียนไม่ดี ไม่สมควร…

แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครบอกว่า วิถีทางใด ที่จะออกจากการกินเนื้อสัตว์ได้อย่างมีความสุข ออกได้อย่างยั่งยืน ผมจึงเริ่มคิดได้ว่าน่าจะเอาประสบการณ์ที่เราเรียนรู้มาแบ่งปัน เผื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคน ก้าวเข้ามากินมังสวิรัติได้ง่ายขึ้น

ขอแนะนำกันเลย….

Veggie Kitchen ( 1 month anniversary) วัตถุประสงค์และเป้าหมายของเรา วัตถุประสงค์และเป้าหมาย ของ Veggie Kitchen

ทำมาก็ร่วมเดือน ยังไม่เคยบอกชัดเจนเลยว่าเรากำลังทำอะไร เพื่ออะไร แล้วเราจะไปที่ไหน บทความนี้เป็นข้อสรุปคร่าวๆให้ผู้ติดตามได้ [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

 

อาหารมังสวิรัติ หากินยาก? อาหารมังสวิรัติ หากินยาก?

แบ่งปันแนวคิดที่จะช่วย ไขความรู้สึกที่ว่า อาหารมังสวิรัติหากินยาก เราสามารถหากินอาหารมังสวิรัติที่ไหนก็ได้ตราบเท่าที่เรามีปัญญา มีประสบการณ์ มีความรู้ที่จะเอาตัวรอด ในแต่ละสถานการณ์ เพื่อการกินมังสวิรัติที่ยั่งยืน [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

 

มังสวิรัติ ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปมังสวิรัติ ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป

วิธีการปฏิบัติสู่ชีวิตมังสวัริติ โดยใช้การ ลด ละ เลิกไปตามลำดับอย่างมีปัญญากำกับ โดยมีการพิจารณาให้เห็นความจริงตามความเป็นจริง ตลอดการปฏิบัติ เพื่อการกินมังสวิรัติอย่างมีความสุข อย่างยั่งยืน ไม่กดข่ม ไม่ผืนทน ไม่ทรมาน [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

 

มังเขี่ยมังเขี่ย

มังเขี่ย คือวิธีการเอาตัวรอดของชาวมังสวิรัติ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาหารที่ปนไปด้วยเนื้อสัตว์ หรือต้องกินอาหารร่วมโต๊ะกับคนหมู่มาก การเขี่ยเนื้อสัตว์ออกไป เขี่ยผักเข้ามา คือทักษะที่ควรฝึกให้ชำนาญ [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

 

อาหารมังสวิรัติ ไม่อร่อย?อาหารมังสวิรัติ ไม่อร่อย?

ก้าวข้ามสามัญสำนึกที่เคยมี คืออาหารมังสวิรัติไม่อร่อย ถึงจะอร่อยแต่ก็ไม่อร่อยเท่าเนื้อสัตว์ เราจะมาทำลายสัญญาเก่าๆเหล่านั้น มาสู่ความอร่อยด้วยคุณค่าแท้แห่งอาหารมังสวิรัติกัน [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

 

วิธีสั่งอาหารมังสวิรัติ ตามร้านอาหารทั่วไปการสั่งอาหารมังสวิรัติ

ฝึกทักษะการสื่อสาร เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารมังสวิรัติ โดยที่พ่อครัวแม่ครัว พ่อค้าแม่ค้า ก็ยินดี เต็มใจ พอใจที่จะขายอาหารให้กับเรา โดยไม่ต้องเกรงใจจนเสียประโยชน์ และไม่ยึดดีจนคนอื่นเขารำคาญ [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

 

เมตตาธรรมค้ำจุนโลกเมตตาธรรมค้ำจุนโลก

วิธีเมตตาสัตว์โลกให้ได้ทั้งโลก โดยไม่แบ่งแยกว่า อันนี้ สัตว์เลี้ยง สัตว์กินได้ อันนี้สัตว์ อันนี้มนุษย์ ไม่ว่าจะเดรัจฉาน หรือมนุษย์ เราก็สามารถเมตตาได้ทั้งหมดอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่มีขอบเขต [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

…ทั้งหมดนี้เป็นบทความที่เขียนขึ้นมาตั้งแต่มีแรงฮึดขึ้นมาเมื่อก่อตั้ง Veggie Kitchen @facebook ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ต่อไปก็คงจะมีบทความเกี่ยวกับมังสวิรัติอีกมากมายมาแบ่งปันกัน เนื้อหาอาจจะแตกต่างกันไปตามหัวข้อ ผู้ที่สนใจสามารถเสนอให้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับมังสวิรัติมาได้ ถ้าผมพิจารณาแล้วว่าน่าจะเหมาะสม เป็นประโยชน์ และมีเวลา ก็จะลองเรียบเรียงและถ่ายทอดออกมาเป็นบทความให้อ่านกัน

สุดท้ายนี้ก็ฝาก Veggie Kitchen กันไว้ด้วยแล้วกันนะครับ ใครสะดวกช่องทางไหน ก็สามารถรับข่าวสารท่างช่องทางที่สะดวก มีประเด็นอะไรน่าสนใจ เสนอความคิดเห็น เห็นต่างออกไป อยากให้ขยายความเพิ่มก็ส่งความคิดเห็นกันเข้ามาได้เลย

บะหมี่น้ำ! ลดเนื้อสัตว์ มากินผักกันเถอะ

ช่วงหลังๆมานี่ก็ได้เริ่มลดเนื้อสัตว์ กินผักมากขึ้น เพราะได้รับรู้ประโยชน์หลายอย่างในการเน้นผักเป็นหลักของอาหารในชีวิต

ผมไม่ค่อยอยากใช้คำว่า มังสวิรัติ เท่าไหร่ เพราะมันจะกลายเป็นตัวมัดให้เราไปยึดกับรูปแบบบางอย่างเข้า ขอเรียกว่าการลดเนื้อสัตว์ กินผักแทนแล้วกัน ส่วนใครจะลดได้ในอัตราเท่าไหร่ แบบไหนก็ตามสะดวกเลย ส่วนผมก็ลดเรื่อยๆเท่าที่จะทำได้

กินผักลดเนื้อ-บะหมี่น้ำ

ทีนี้ความยากในการเลิกกินเนื้อสัตว์ แล้วหันมากินผักแทน อาจจะไม่ได้ยากตรงการกิน สำหรับคนในเมืองกรุง มันจะยากตรงการหากินนี่แหละ (ส่วนต่างจังหวัดมีที่ก็ปลูกผักสวนครัวไปนะ)

คนกรุง…

คนกรุง อยู่คู่กับความรีบเร่ง และความวุ่นวายมานาน ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับอาหารเท่าเรากินเข้าไปเท่าตัวเลข หรือรายได้ที่เราจะได้ต่อเดือนต่อปี ซึ่งเขาเหล่านั้นอาจจะไม่เคยคิดเลยว่าผลเสียจากอาหารที่เรากินนั่นแหละจะเป็นตัวทำให้ชีวิตเราติดลบ ขาดโอกาสต่างๆ จากการป่วยและตายนั่นเอง ( การลงทุนในชีวิตจะมองข้ามสุขภาพไม่ได้เพราะเป็นหนึ่งในความเสี่ยง (ที่จะไม่ได้ใช้เงินที่หามา) )

กลับมาที่การหากินอาหารที่ลดเนื้อ เพิ่มผัก ในชีวิตประจำวัน ร้านอาหารต่างๆ ก็มักจะมีเนื้อสัตว์เป็นเมนูหลักเสมอ ส่วนผักมักจะเป็นตัวเสริม เป็นพระรองเสมอ แต่ในเมื่อเราจะดันผักขึ้นมาเป็นพระเอก เราก็ต้องหาทางปั้นหนทางสู่การกินผักกันหน่อย

เริ่มแรกเราอาจจะไม่ชินในการปรับเปลี่ยนเมนู อาจจะเจอภาวะติดใจกับอาหารโปรดเก่าๆ อาจจะคิดไม่ออก แต่ถ้าได้ลองค้นหาข้อมูลดูจะมีวิธีการเลือกกินผักลดเนื้ออย่างมากมาย เรียกได้ว่าใช้ในชีวิตประจำวันได้ถ้าคิดจะเปลี่ยนจริงๆ เพราะคนดังๆมากมายในโลกเขาก็กินผักเป็นหลักกันนะ…

บะหมี่น้ำ…

ตัวอย่างเช่น การเข้าร้านสั่งบะหมี่น้ำของผม แน่นอนว่าแต่ก่อนก็ไม่เคยรู้สึกลำบากขนาดนี้หรอก ต้องมาสั่งอะไรที่มันไม่เคยก็เขินๆอยู่เหมือนกัน พอเดินเข้าร้านบะหมี่ปูก็เข้าไปสั่ง บะหมี่น้ำพิเศษ ไม่ใส่หมู/เนื้อสัตว์ เอาแต่บะหมี่กับผัก แม่ค้าแกก็ดูทำให้อย่างคุ้นเคย สงสัยจะมีคนกินแบบนี้เยอะ

เมื่อเขามาเสริฟ เราก็จะได้บะหมี่ และผักมากมาย (รึเปล่า?) แต่จะใส่อะไร จะคิดเงินเท่าไหร่ก็เป็นเรื่องของแม่ค้าละนะ เราแค่กินแล้วก็จ่ายเงินก็พอ ส่วนจะถูกใจถูกคอกับร้านไหนก็แล้วแต่เลย แต่ถ้าได้ร้านที่คุยกันรู้เรื่องก็จะสามารถกินผัก ลดเนื้อได้อย่างสะดวกทุกวันเชียวละ

การกินผักลดเนื้อนั้น เกิดประโยชน์ต่อเราทั้งร่างกายและจิตใจ เกิดประโยชน์ต่อสัตว์ที่เราละเว้นไว้ เกิดประโยชน์ต่อโลกมากมาย ถ้ามีโอกาสก็ ลด ละ เลิกกันไปแล้วกันนะ

สวัสดี

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการลดเนื้อสัตว์ มากินผักได้ที่ Veggie kitchen , facebook (Veggie Kitchen)

ปริญญา

ห่างหายกันไปนานมากกับการพิมพ์บล็อกการอัพเดทบล็อกในหลายๆส่วนของผม ซึ่งก่อนหน้านี้มันนิ่งมากจนแทบจะเรียกได้ว่าหายไปเลยก็ว่าได้

ช่วงสองปีกว่าที่ผ่านมาจนกระทั่ง ล่าสุดหนึ่งสัปดาห์ได้ผ่านไป ผมได้ไปปฏิบัติภารกิจอย่างหนึ่ง นั่นคือไปเรียนปริญญาโท เป็นการเรียนหาความรู้ใหม่ๆ หาประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกในจังหวะที่มีโอกาสที่ดี

ผมเลือกเรียนบริหารธุรกิจจากกว่า 4 -5 ทางเลือกและเหตุผลที่ได้คัดมาแล้วด้วยน้ำหนักอันเหมาะสมและความเป็นไปได้จนถึงการใช้ประโยชน์จากมันในอนาคต จึงได้เลือกเรียนโครงการบริหารธุรกิจภาคค่ำ (YMBA) และเน้นเรียนเวลาค่ำหรือหลังพระอาทิตย์ตกนั่นเอง แม้ว่าโครงการจะมีวันเสาร์อาทิตย์ไว้เป็นตัวเลือก แต่ผมเลือกลงทะเบียนเพียงสาขาเดียวนั่นคือการจัดการวันธรรมดา

ปริญญา

ปริญญา

การเรียนนั้นผ่านมาร่วม 2 ปีกว่า ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจาก YMBA KU แห่งนี้ ซึ่งผมเองเป็นรุ่นที่ 20 และแต่ละรุ่น แต่ละสาขา แต่ละกลุ่ม ก็จะมีธรรมชาติที่แตกต่างกันไป แล้วแต่จะเลือกสรรตามใจ ตามธรรมชาติ

ปริญญาใบแรกของผมนั้นคือศิลปบัณฑิต (BFA) ได้มาจากคณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นศิลปะประยุกต์โดยเรียนรู้ทั้ง Fine Art และ Digital Art ควบคู่กันไปจนในที่สุดผมได้สำเร็จการศึกษาโดยมีทักษะหลักติดตัวหลายอย่างเช่น อนิเมชั่น การวาดภาพประกอบ และอื่นๆอีกมากมาย

ปริญญาใบที่สอง เป็นปริญญาโท ได้มาเป็นปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) จากโครงการปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจภาคค่ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นการเรียนรู้โดยใช้ประสบการณ์เก่ามาประยุกต์เพราะโครงการนี้เขาต้องการประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 3 ปีก่อนเข้ามาสมัครเรียนได้ สิ่งที่ได้รับมาจากการเรียนบริหารธุรกิจคือการรู้โลกที่ไม่เคยได้รับรู้ ซึ่งแตกต่างกันไปกับตอนปริญญาตรีเมื่อครั้งเรียนศิลปกรรม เป็นการเติมเต็มจินตนภาพและความจริงให้สมดุลกันมากขึ้น

ถ้าจะเปรียบ…

ศิลปกรรมที่ได้เรียนรู้มาก็คงจะเป็นเหมือนวัตถุดิบ เป็นการปรุงอาหาร เป็นการจัดวาง เป็นส่วนผสม เป็นรสชาติ เป็นสิ่งที่จะขาย และบริหารธุรกิจก็คงจะเป็นสูตรอาหาร เป็นกระบวนการ เป็นการมองจากวัตถุดิบจนไปถึงปากของผู้บริโภค การดูแลผู้บริโภค การนำเสนออาหารใหม่ๆ การเข้าใจพฤติกรรมของผู้กิน รวมๆแล้ว ศิลปกรรม+บริหารธุรกิจก็คงจะเป็นสิ่งที่ทำให้การทำอาหารสักจานได้ผลมากกว่าความอร่อยนั่นเอง

เป็นการเปรียบเปรยง่ายๆ เพื่อที่จะตอบคำถามที่ว่า “เรียนปริญญาโทแล้วได้อะไร” เป็นคำถามง่ายๆแต่ต้องฟังกันยาวๆ เพราะมันไม่ได้มีแค่ปริญญาโท มันต้องนับก่อนปริญญาโทด้วย เพราะว่าต้นทุนของแต่ละคนมาไม่เท่ากัน ดังนั้นเรียนแล้วได้อะไรคาดหวังในอะไร คงไม่มีคำตอบที่ครอบจักรวาล ซึ่งผมเองก็คงจะไม่ตอบง่ายๆเช่นกัน เพราะมันดูมักง่ายเกินไปที่จะย่อสิ่งที่เรียนรู้มา 2 ปี รวมกับประสบการณ์เกือบ 20 ปีก่อนหน้านั้นมาเป็นคำพูดสั้นๆ ให้คนเข้าใจ

สำหรับตอนนี้ผมได้เรียนจบและได้รับปริญญาเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหลังจากได้พักมานาน

สวัสดี

กิจกรรมยามว่าง คือเขียนบล็อก

แทบจะไม่เชื่อตัวเองเลยว่า ปัจจุบันกิจกรรมยามว่างของผมคือการนั่งพิมพ์บล็อก เพราะแต่ก่อนนี้ผมไม่ค่อยได้สนใจและ มองคนที่เขียนไดอารี่หรือบล็อกด้วยอคติด้วยซ้ำ

แต่ทุกวันนี้การเขียนบล็อกกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในชีวิตผมไปเสียแลัว อาจจะเป็นอย่างที่โบราณว่าไว้ “เกลียดอะไรก็จะได้อย่างนั้น” แต่ก็ผิดไปนิดหนึ่งก็คือมันเปลี่ยนจากมุมมองด้านลบๆ มาเป็นบวกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะถ้าผมไม่ชอบ ผมคงไม่สามารถนั่งพิมพ์บล็อกทุกวันได้อย่างนี้หรอก

แต่ก่อนนั้น…

เมื่อหลายปีก่อน ผมเห็นเพื่อนที่ร่วมเรียนด้วยกันเขียนบล็อก ผมเองมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระและเสียเวลามาก ทำไมผมต้องมานั่งเสียเวลาเล่าเรื่องตัวเองให้คนอื่นอ่านด้วย มันไม่จำเป็นเลย ซึ่งผ่านไป 4-5 ปีผมก็ยังมีมุมมองนี้อยู่ดี แต่ไม่นานนักเมื่อชีวิตผมเปลี่ยน

ตั้งแต่ชีวิตที่ได้เปลี่ยนไป…

ผมเคยเป็นพนักงานบริษัทเหมือนกับชาวบ้านที่เขาเป็นกัน ชีวิตนั้นก็สุขสบายดีอยู่แล้ว ขาดอย่างเดียวคือการสนองตอบความสามารถในตัวผม ผมเองคิดว่าผมทำอะไรได้มากกว่านั้น ความสามารถผมมากกว่านั้น จึงตัดสินใจลาออกมาทำกิจการเล็กๆที่ใช้ความสามารถตัวเองได้เต็มที่ และคิดได้เต็มที่ ฝันได้เต็มที่ เจ็บได้เต็มที่ มันน่าสนุกถ้าผมจะทำอะไรที่อยากทำในขณะที่ยังจะพอทำอะไรได้อยู่

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของผม การประกอบกิจการส่วนตัวนั้นจำเป็นต้องลงแรงทุกอย่างที่มี ทักษะที่เคยสั่งสมมาแต่ไม่เคยคิดจะใช้ทำมาหากิน นั่นคือทักษะการทำเว็บไซต์ แต่ก่อนไม่เคยคิดจะทำเว็บไซต์เพราะยุ่งยาก แต่ทุกวันนี้ก็ต้องมานั่งทำเพราะความจำเป็นและก็กลับชอบขึ้นมาอีกด้วย และการเขียนบล็อกก็ก้าวเข้ามา ณ จุดนั้น ในจุดที่ผมจำเป็นต้องเขียนบทความเผื่อโปรโมตเกี่ยวกับกิจการของผมให้คนอื่นได้รับทราบ

และจากการพิมพ์บล็อก (เขียนบล็อก) เพื่อการโฆษณา ปัจจุบันมันกลายเป็นงานอดิเรกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมกลับสนุกที่ได้บันทึก ได้เรียบเรียง ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ผมได้รับมา ผมรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองได้พัฒนาทักษะการพิมพ์ได้ดีขึ้น จากความเห็นบางส่วนของผู้ที่มาตอบ สำหรับตอนนี้ผมก็คงจะเล่าไปถึงแค่ทำไมมันถึงกลายมาเป็นกิจกรรมยามว่างของผมได้ และคิดว่าคงจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์ วิธีการ เกี่ยวกับบล็อกเพิ่มขึ้นด้วยครับ เผื่อว่าจะมีคนสนใจแบบผมบ้าง

สวัสดี