สังคมที่ไม่กินเนื้อสัตว์ ฯลฯ

พูดในรายการที่ได้เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ ที่ว่าการจะเลิกกินเนื้อสัตว์ได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน ยาวนาน และผาสุก* นั้น จำเป็นต้องมีหมู่มิตรดีเป็นองค์ประกอบ

ก็มีผู้สนใจถามมาว่า จะเริ่มต้นที่ไหน ในประสบการณ์ของผมมีความเห็นว่า น่าจะเริ่มที่ค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม เพราะมีองค์ประกอบครบพร้อมในการศึกษา ยิ่งเป็นค่าย 5 วันขึ้นไปแล้ว ผู้เข้าร่วมจะได้พบกับประสบการณ์จริงด้วยตนเอง คือไม่กินเนื้อสัตว์ตั้งหลายวันก็ยังแข็งแรงมีกำลังอยู่ได้ ไม่ตาย และหลายคนเขาก็ทำได้ ไม่เห็นจะแปลกอะไร ซึ่งมันก็เป็นพลังที่ดีสำหรับผู้เริ่มต้น

หรือถ้าไม่มีเวลามากนัก ผมคิดว่าชุมชนในเครือข่ายอโศกน่าจะตอบโจทย์ได้ดี เช่นที่สันติอโศก (ถ.นวมินทร์) เขาจะมีตลาดนัดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จริง ๆ แล้วย่านนั้นก็มีอาหารมังสวิรัติขายประจำนั่นแหละ แต่เสาร์อาทิตย์ก็จะค่อนข้างคึกคักกว่า

สิ่งที่จะได้รับจากที่นี่คืออาหารมังสวิรัติราคาถูกและอร่อยตามมาตราฐานคนไทย ซึ่งต่างจากค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมที่ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ

ร้านขายอาหารมังสวิรัติในย่านสันติอโศก มีหลายร้าน สามารถเลือกซื้อเลือกกินได้ตามที่สนใจ โดยจะมีร้านหลักของชุมชน ชื่อว่าชมรมมังสวิรัติฯ สันติอโศก อยู่ติดถนน ตอนนี้อยู่หน้าปากซอยนวมินทร์ 48

ส่วนผู้ที่สนใจหาความรู้สามารถสอบถามที่ชมรมมังสวิรัติชั้น 2 จะมีหนังสือเกี่ยวกับการไม่กินเนื้อสัตว์จำหน่ายอยู่ ซึ่งเป็นแนวทาง ความเห็น ที่หาศึกษาได้ยากในปัจจุบัน

ผมขอแนะนำเพียงแค่ 2 องค์กรนี้เท่านั้น เพราะเท่าที่ศึกษา ผมมั่นใจว่าถ้าใครได้เข้าไปคบคุ้น ศึกษา พากเพียรปฏิบัติตาม ก็จะนำความผาสุกที่ยั่งยืนมาให้

รีวิวอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์

พวกบทความชวนกินอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ การพยายามลดเนื้อกินผัก สูตรอาหารและวิธีการทำต่างๆ ผมว่าทำกันไปเถอะ เป็นสิ่งที่ดี ถ้าเราไม่ได้มีจิตหลงในอาหารนั้น เพียงแค่เสนอทางเลือกใหม่ๆให้ผู้อื่นได้ศึกษาและทำความเข้าใจ

เราไม่จำเป็นต้องจำกัดวงของเราหรอก อย่างเพจนี้ก็สาธารณะ ใครที่ทำอาหารเก่ง เขียนรีวิวเก่งๆก็ไปลงตามเว็บสาธารณะต่างๆ เช่น pantip.com ฯลฯ ได้

เป็นการแบ่งปันสิ่งดีให้กับเพื่อนมนุษย์นะ มีความสามารถอย่าไปเก็บไว้ มันเสียของ ไม่เกิดประโยชน์ ขยันทำ ขยันแจกกันไป แรกๆก็ให้มันหน้าตาดี ดูอร่อยไปก่อนก็ได้ สุขภาพเอาไว้ก่อน เอาให้คนที่เห็นเกิดความยินดี เต็มใจ พอใจที่จะมากินอาหารมังสวิรัติก่อน

เขายังเลิกกินเนื้อสัตว์ไม่ได้ ไม่เป็นไรนะ เอาแค่เขาไม่มีอคติต่ออาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ก่อนก็พอ

ฉลาดทำบุญด้วยมังสวิรัติกันทุกวัน และตอบทุกข้อข้องใจเกี่ยวกับมังสวิรัติ

รวมบทความเกี่ยวกับมังสวิรัติที่พิมพ์ขึ้นมาใหม่มาประชาสัมพันธ์กันทีเดียวเลย คราวนี้มาถึง 3 บทความ ครั้งนี้ลองลดระดับมาเรียบเรียงเรื่องในระดับทานกับบ้าง เพราะเขียนเรื่องภาวนาเยอะไปแล้วไม่มีเรื่องทานเลย มันจะไม่ค่อยสมดุล แถมเข้าใจยากอีก คราวนี้ก็เลยเขียนเรื่องทานกับมังสวิรัติมาสองบทความ อีกบทความคือความเข้าใจและตอบคำถามหลายๆอย่างเกี่ยวกับมังสวิรัติ

ในบทความทำบุญทุกวันด้วยการกินมังสวิรัตินั้น จะขยายวิธีการทำบุญที่ทำได้ทุกวัน เกิดบุญกุศลมากมาย เพราะบุญสูงสุดของศาสนาพุทธคือการฆ่ากิเลส เมื่อเราทำลายกิเลสได้มันก็เป็นบุญที่มากแล้ว ไม่ต้องไปลำบากหาทำบุญกับใครที่ไหนหรอก ก็ทำที่ตัวเรานี่แหละ พึ่งตัวเอง ทำเองได้เอง เจริญเอง ไม่ดีหรืออย่างไร?

อ่านต่อได้ที่บทความ : ทำบุญทุกวันด้วยการกินมังสวิรัติ
ทำบุญทุกวันด้วยการกินมังสวิรัติ

บทความนี้เกี่ยวกับการทำบุญทำทานให้คนอื่น จะเน้นหนักไปในเรื่องของการทำบุญตักบาตรให้กับพระ เพราะมีความสำคัญอย่างมากในด้านของกุศลและความเจริญของศาสนา การทำบุญด้วยอาหารมังสวิรัติ เป็นการให้ที่บริสุทธิ์ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่น เป็นกุศลที่ให้ประโยชน์มาก

 อ่านต่อได้ที่บทความ : ฉลาดทำบุญทำทานด้วยอาหารมังสวิรัติ

ฉลาดทำบุญทำทานด้วยอาหารมังสวิรัติ

สำหรับบทความนี้จะค่อนข้างยาว ไขรหัสหลายเรื่องเกี่ยวกับการกินอาหารมังสวิรัติและความเข้าใจของคนทั่วไปที่มองเข้ามายังกลุ่มคนที่กินมังสวิรัติ รวมถึงมุมมองที่สะท้อนไปยังภายนอก จากการเก็บรวบรวมข้อมูลมาได้สักพัก จึงได้พิมพ์บทความนี้ออกมาเพื่อเป็นตัวช่วยให้กับเพื่อนมังสวิรัติได้เติมมุมมองแก่กันและกัน เผื่อว่าในความเห็นความเข้าใจของผมจะช่วยคลายทุกข์ให้ใครต่อใครได้ และนั่นเป็นสิ่งที่ดีแน่ๆ เราจึงแนะนำให้คุณลองอ่านเรื่องนี้ดู หากยังสงสัยในเรื่องของมังสวิรัติ

 อ่านต่อได้ที่บทความ : มนุษย์เป็นสัตว์กินตามกิเลส : ตอบสารพัดปัญหาไขทุกข้อข้องใจกับเรื่องมังสวิรัติ

มนุษย์เป็นสัตว์กินตามกิเลส : ตอบสารพัดปัญหาไขทุกข้อข้องใจกับเรื่องมังสวิรัติ

 

อ่านบทความอื่นๆ แนะนำ ติชม ทักทายกันได้ที่…

Facebook : ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

Blog : Minimal life : Dinh Airawanwat

บทความ มังสวิรัติ

เริ่มเขียนบทความ เกี่ยวกับมังสวิรัติขึ้นมาอย่างจริงจังแล้ว ตอนนี้ผ่านมาเดือนกว่า แต่ก็มีบทความไม่น้อยเลย คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่เริ่มต้นกินมังสวัรัติ หรือหัดกินมังสวิรัติ รวมไปถึงผู้ที่กินมังสวิรัติเป็นประจำก็สามารถแบ่งปันและร่วมเรียนรู้ได้เช่นกัน

เมนูมังสวิรัติที่ทำแบ่งปันไปเปรียบเสมือนขนมหวาน เหมือนน้ำจิ้ม แต่สาระหลักที่คิดจะแบ่งปันก็คือบทความและแนวคิดเกี่ยวกับการกินมังสวิรัตินี่แหละ คือสิ่งที่ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่น่าจะยังขาดองค์ความรู้นี้กันอยู่พอสมควร เราเรียนรู้กันมามากแล้วว่าการเบียดเบียนไม่ดี ไม่สมควร…

แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครบอกว่า วิถีทางใด ที่จะออกจากการกินเนื้อสัตว์ได้อย่างมีความสุข ออกได้อย่างยั่งยืน ผมจึงเริ่มคิดได้ว่าน่าจะเอาประสบการณ์ที่เราเรียนรู้มาแบ่งปัน เผื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคน ก้าวเข้ามากินมังสวิรัติได้ง่ายขึ้น

ขอแนะนำกันเลย….

Veggie Kitchen ( 1 month anniversary) วัตถุประสงค์และเป้าหมายของเรา วัตถุประสงค์และเป้าหมาย ของ Veggie Kitchen

ทำมาก็ร่วมเดือน ยังไม่เคยบอกชัดเจนเลยว่าเรากำลังทำอะไร เพื่ออะไร แล้วเราจะไปที่ไหน บทความนี้เป็นข้อสรุปคร่าวๆให้ผู้ติดตามได้ [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

 

อาหารมังสวิรัติ หากินยาก? อาหารมังสวิรัติ หากินยาก?

แบ่งปันแนวคิดที่จะช่วย ไขความรู้สึกที่ว่า อาหารมังสวิรัติหากินยาก เราสามารถหากินอาหารมังสวิรัติที่ไหนก็ได้ตราบเท่าที่เรามีปัญญา มีประสบการณ์ มีความรู้ที่จะเอาตัวรอด ในแต่ละสถานการณ์ เพื่อการกินมังสวิรัติที่ยั่งยืน [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

 

มังสวิรัติ ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปมังสวิรัติ ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป

วิธีการปฏิบัติสู่ชีวิตมังสวัริติ โดยใช้การ ลด ละ เลิกไปตามลำดับอย่างมีปัญญากำกับ โดยมีการพิจารณาให้เห็นความจริงตามความเป็นจริง ตลอดการปฏิบัติ เพื่อการกินมังสวิรัติอย่างมีความสุข อย่างยั่งยืน ไม่กดข่ม ไม่ผืนทน ไม่ทรมาน [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

 

มังเขี่ยมังเขี่ย

มังเขี่ย คือวิธีการเอาตัวรอดของชาวมังสวิรัติ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาหารที่ปนไปด้วยเนื้อสัตว์ หรือต้องกินอาหารร่วมโต๊ะกับคนหมู่มาก การเขี่ยเนื้อสัตว์ออกไป เขี่ยผักเข้ามา คือทักษะที่ควรฝึกให้ชำนาญ [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

 

อาหารมังสวิรัติ ไม่อร่อย?อาหารมังสวิรัติ ไม่อร่อย?

ก้าวข้ามสามัญสำนึกที่เคยมี คืออาหารมังสวิรัติไม่อร่อย ถึงจะอร่อยแต่ก็ไม่อร่อยเท่าเนื้อสัตว์ เราจะมาทำลายสัญญาเก่าๆเหล่านั้น มาสู่ความอร่อยด้วยคุณค่าแท้แห่งอาหารมังสวิรัติกัน [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

 

วิธีสั่งอาหารมังสวิรัติ ตามร้านอาหารทั่วไปการสั่งอาหารมังสวิรัติ

ฝึกทักษะการสื่อสาร เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารมังสวิรัติ โดยที่พ่อครัวแม่ครัว พ่อค้าแม่ค้า ก็ยินดี เต็มใจ พอใจที่จะขายอาหารให้กับเรา โดยไม่ต้องเกรงใจจนเสียประโยชน์ และไม่ยึดดีจนคนอื่นเขารำคาญ [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

 

เมตตาธรรมค้ำจุนโลกเมตตาธรรมค้ำจุนโลก

วิธีเมตตาสัตว์โลกให้ได้ทั้งโลก โดยไม่แบ่งแยกว่า อันนี้ สัตว์เลี้ยง สัตว์กินได้ อันนี้สัตว์ อันนี้มนุษย์ ไม่ว่าจะเดรัจฉาน หรือมนุษย์ เราก็สามารถเมตตาได้ทั้งหมดอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่มีขอบเขต [อ่านต่อคลิกที่นี่ , อ่านต่อใน facebook]

…ทั้งหมดนี้เป็นบทความที่เขียนขึ้นมาตั้งแต่มีแรงฮึดขึ้นมาเมื่อก่อตั้ง Veggie Kitchen @facebook ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ต่อไปก็คงจะมีบทความเกี่ยวกับมังสวิรัติอีกมากมายมาแบ่งปันกัน เนื้อหาอาจจะแตกต่างกันไปตามหัวข้อ ผู้ที่สนใจสามารถเสนอให้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับมังสวิรัติมาได้ ถ้าผมพิจารณาแล้วว่าน่าจะเหมาะสม เป็นประโยชน์ และมีเวลา ก็จะลองเรียบเรียงและถ่ายทอดออกมาเป็นบทความให้อ่านกัน

สุดท้ายนี้ก็ฝาก Veggie Kitchen กันไว้ด้วยแล้วกันนะครับ ใครสะดวกช่องทางไหน ก็สามารถรับข่าวสารท่างช่องทางที่สะดวก มีประเด็นอะไรน่าสนใจ เสนอความคิดเห็น เห็นต่างออกไป อยากให้ขยายความเพิ่มก็ส่งความคิดเห็นกันเข้ามาได้เลย

Veggie Kitchen มากินมังสวิรัติกันเถอะ

ไม่ได้มาอัพเดทบล็อกนี้นานมาก แต่ก็ไม่ได้อัพเดทบล็อกไหนเหมือนกัน ตอนนี้ก็กลับมาเขียนบ้างแล้ว แต่ก็จะเขียนในเรื่องที่มีสาระมากกว่าเดิม นั่นคือการกินมังสวิรัติ

มังสวิรัติ

ตอนนี้ได้ทำบล็อกใหม่ไว้ เกี่ยวกับการกินอาหารมังสวิรัติ เมนูอาหารมังสวิรัติ วิธีกินอาหารมังสวิรัติ กินอย่างไร กินแบบไหนถึงจะมีความสุข บทความส่วนใหญ่ก็จะเป็นเมนูอาหารมังสวิรัติ และจะสอดแทรกหลักการ วิธีการไว้ด้วย

Veggie Kitchen

รวมรวมเนื้อหาและบทความเกี่ยวกับมังสวิิรัติ ที่ได้เขียนไว้ ทำงานควบคู่ไปกับในส่วนของเฟสบุค แต่จะมีการให้ข้อมูลที่มากกว่า เช่นการแจกแจงวัตถุดิบของอาหาร ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับ veggie kitchen

องค์ประกอบของเว็บไซต์ที่ใช้จะเป็นสีเหลืองและเขียว สีเหลืองเป็นสีที่เขาว่าส่งผลต่อการกิน และสีเขียวที่แทนถึงพืชผัก โดยมีหมูเด็ก ซึ่งเป็นสัตว์กินได้ทั้งพืชและเนื้อ มาเป็นตัวละครหลักในการประกอบเนื้อหาให้ดูน่ารักน่าสนใจมากขึ้น

ติดตามกันได้ที่ :  Veggie Kitchen (http://veggiekitchen.dinp.org/)

Veggie Kitchen (facebook)

เฟสบุคของ veggie kitchen ซึ่งจะเป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสาร ของผู้สนใจกินมังสวิรัติ ได้เข้าถึงข้อมูล แบ่งปัน เสนอแนะ รวมถึงติดตามเราได้ด้วยการกดไลค์ ซึ่งเราก็จะมีอัพเดท เมนูมังสวิรัติ วิธีกินมังสวิรัตินอกบ้าน การกินมังสวิรัติในสังคมได้อย่างปกติสุข สามารถเข้ามาทักทาย สอบถาม พูดคุยกับเราได้ เรายินดีที่จะแลกเปลี่ยนทุกความคิดเห็นไม่ว่าท่านจะกินมังสวิรัติ หรือไม่ได้กินมังสวิรัติ หรือแม้กระทั่งไม่เห็นด้วย ท่านก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้

ติดตามกันได้ที่ : Veggie Kitchen (https://www.facebook.com/veggiekitchen.piglet)

ลงแขกเกี่ยวข้าว รับลมหนาวปลายนา [1] วันแรก

เป็นเรื่องราวสำหรับวันแรกนะครับ เนื้อหาและเรื่องราวในวันแรกนั้นก็จะมีไม่มากสักเท่าไรนัก เพราะเราใช้เวลาของวันส่วนใหญ่หมดไปกับการเดินทางครับ

9 พฤษจิกายน 2555

เช้าวันนี้ผมค่อนข้างพร้อมสำหรับการเดินทาง การพักผ่อนที่พอเหมาะ ของที่จัดเตรียมไว้เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวาน ผมออกเดินทางไปถึงทีวีบูรพาเป็นกลุ่มแรกครับ สำหรับครั้งนี้ผมเดินทางไปกับเพื่อนอีกคน ไม่ได้ไปคนเดียวเหมือนอย่างที่เคย ในครั้งนี้เรานัดกันเช้ากว่าที่เคยเพราะว่าหลายครั้งก่อน การออกเดินทางตอนสายๆทำให้เราไปถึงที่หมายเย็นจนเกือบค่ำ ซึ่งก็ทำให้มีข้อจำกัดในการทำกิจกรรมหลายๆอย่างนะครับ

ร้อยรู้ไม่สู้หนึ่งทำการเดินทางจากกรุงเทพฯสู่ยโสธรนั้น เป็นการเดินทางที่ใช้เวลานานมากสำหรับการเดินทางด้วยรถ ซึ่งในครั้งนี้เราเดินทางกันด้วยรถตู้ครับ ซึ่งค่อนข้างจะคล่องตัวเวลาที่เดินทางพอสมควร สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ก็แวะกินข้าวเช้ากันที่ร้านข้าวสามสี และแวะกินข้าวเที่ยงกว่าๆกันที่ปั้ม ปตท ที่จังหวัดร้อยเอ็ดครับ สุดท้ายก็มาถึง วัดป่าสวนธรรมร่วมใจ ราวๆ สี่โมงเย็นครับ มีเวลาให้ทำกิจกรรมกันอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

สำหรับสิ่งแรกที่เห็นเมื่อเข้ามาก็คือป้าย ร้อยรู้ ไม่สู้ หนึ่งทำ สำหรับสุภาษิตนี้ก็จะเป็นแนวคิดสำหรับการเดินทางของผมและการพิมพ์บทความในครั้งนี้ครับ

ศาลาไทวัตร วัดป่าสวนธรรมร่วมใจเมื่อมาถึงเราก็ได้รับการต้อนรับจากพ่อแม่ชาวนาคุณธรรม พร้อมน้ำหญ้าม้า ผสมมะนาวและน้ำผึ้ง ต้อนรับกันอย่างสดชื่นและสุขภาพดีไปในตัวครับ สำหรับน้ำหญ้าม้านี่ก็เป็นน้ำสมุนไพรที่มีประโยชน์ทีเดียว ลองค้นหาข้อมูลเพิ่มกันดูนะครับ

เพาะถั่วงอกสำหรับกิจกรรมเมื่อมาถึงก็จะมีการสอนการทำถั่วงอกแบบง่ายๆ โดยพี่ทิดโส ซึ่งนำความรู้มาแบ่งปันกัน โดยวิธีก็คือนำขวดน้ำที่หมดแล้ว มาเจาะรูระบายน้ำและเจาะทำประตูด้านข้างขวดเพื่อใส่เมล็ดและรดน้ำ เมื่อได้ขวดที่พร้อมปลูกแล้วเราก็ใส่เมล็ดถั่วเขียวที่แช่น้ำมาหนึ่งคืน และรดน้ำตามลงไปโดยเก็บไว้ในที่มืดเพื่อให้ถั่วงอกขาว ไม่เป็นสีเขียวนั่นเอง สำหรับการทำให้มันมืดในที่นี้เราก็จะใช้ถุงดำมาพันๆนะครับ แล้วก็ให้รดน้ำทุกๆสองชั่วโมง เพื่อคลายความร้อนจากการเติบโต และให้น้ำถั่วงอกครับ หลังจากนี้ 3 วันก็กินได้ครับก็จะกินในวันที่เรากลับกันนั่นเอง

แขยงนา
แขยงนา

หลังจากนั้นก็จะมีการแนะนำตัวทั้งสมาชิกร่วมเดินทาง กลุ่มเครือข่ายฯ ทีมงานทีวีบูรพา และกลุ่มชาวนาคุณธรรม ให้เป็นที่รู้จักกันครับ ซึ่งเราจะใช้เวลาที่เหลือในการพาชมธนาคารข้าวและ แปลงปลูกข้าวสาธิตที่รวมพันธุ์ข้าวเอาไว้ ซึ่งกำลังแตกรวงสามารถสังเกตุความต่างของรูปทรง สีสัน ของเมล็ดข้าวได้ครับ รวมถึงลองชิมแขยงนา ซึ่งเป็นผักชนิดหนึ่งก็รสชาติออกซ่าๆ ละมุนๆครับ หลังจากนั้น เราก็จะแบ่งกลุ่มกันเพื่อไปพักตามบ้านของพ่อแม่ชาวนา ซึ่งห่างกันออกไปคนละทิศละทาง โดยไปพักบ้านละ 5-7 คนโดยประมาณครับ

คืนวันแรก…

เมื่อจัดแจงที่พักเสร็จแล้วเราก็ออกเดินทางไปตามกลุ่มที่จัดไว้ โดยกลุ่มของผมนั้นต้องเดินทางโดยรถตู้เพื่อจะไปที่พักที่ห่างออกไปเกือบ 50 กิโลเมตร นั่นคือบ้านแม่แต๋นซึ่งเป็นชาวนาคุณธรรมท่านหนึ่งนั่นเอง

เมื่อไปถึงที่บ้านแม่แต๋นก็ลงมือจัดแจงหาอาหารและประกอบอาหารให้ ซึ่งผมเองก็ไม่มีความรู้และไม่เคยทำครัวก็ได้แต่ดูอยู่ห่่างๆ ซึ่งในเวลาแบบนี้ผมก็ใช้เวลานั่งคุยกับพ่อบ้าน หรือพ่อแหวนซึ่งก็เป็นชาวนาเหมือนกัน รวมทั้งพี่แหลมคนขับรถซึ่งก็มีประสบการณ์ในการทำนาเหมือนกัน คำถามมากมายที่ผมมีนั้น ได้ถูกตอบจนหมด และยังได้คำตอบรวมถึงแนวทางมากมายที่มากกว่าที่คิดไว้อีกด้วยจากการนั่งคุยกับชาวนาผู้มีประสบการณ์เพียงไม่นานนัก

เมื่อเวลาผ่านไปสักครู่อาหารมื้อค่ำของเราก็เสร็จแล้ว มีหลายๆเมนู แต่ทุกเมนูคืออาหารมังสวิรัติครับ เพราะแม่แต๋นคือชาวนาคุณธรรมที่กินมังสวิรัติมานานแล้ว ซึ่งก็มีเรื่องราวชีวิตของแม่แต๋นสั้นๆมาแบ่งปันกันครับ เป็นเรื่องที่แม่เล่าในวงอาหาร นั่นคืออดีตและจุดเปลี่ยนของชีวิตของแกเอง แม่แต๋นเล่าว่าแต่ก่อนแกใช้สารเคมี ใช้แบบไม่ระวัง ไม่เกรงกลัว สารเคมีหกใส่บ้างก็ไม่ได้สนใจ สุดท้ายป่วยและแพทย์แจ้งว่าเป็นตับแข็งและบอกว่าแกดื่มเหล้ามากไป ซึ่งจริงๆแล้วนั่นเป็นผลมาจากสารเคมีที่ใช้

แม่แต๋นรักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่ 4 ปี ซึ่งก็ไม่มีที่ท่าว่าจะรักษาหาย และในที่สุดก็ได้รับการแนะนำให้ไปรักษากับหมอเขียว ซึ่งก็ทำให้หายจากโรคได้ในเวลาไม่ถึงปีทำให้แม่แต๋นเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองไปอย่างสิ้นเชิงนับตั้งแต่เหตุการณ์นั้น ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องราวคร่าวๆที่ผมจับประเด็นมาได้ อาจจะถูกหรือจำเพี้ยนๆไปก็ได้เพราะตอนนั้นก็ท้องอิ่มๆและเริ่มง่วง แต่เอาเป็นว่าแนวทางนี้แล้วกันนะครับ ใครที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงจากชาวนาเคมีสู่ชาวนาอินทรีย์นี่สามารถหาข้อมูลได้กับกลุ่มชาวนาคุณธรรมกันได้เลยครับ

หลังจากนั้นเราก็ทยอยกันอาบน้ำและนอนหลับพักผ่อนกันครับ สำหรับบ้านชาวนานั้นเขาจะอยู่กันง่าย กินกันง่ายครับ พอเราไปอยู่อาจจะยากหน่อยสำหรับคนเมืองครับ ซึ่งผมมีวิธีคือ คืนก่อนไปให้นอนหลับอย่างพอเหมาะครับ พอเหมาะในที่นี้คือพอที่จะง่วงเมื่อถึงเวลาครับ สำหรับคืนก่อนไปรู้สึกผมจะนอนตี 2 กว่าๆ ตื่น ตี 5 ได้ เพราะฉนั้น การเปลี่ยนที่นอนในคืนแรกไม่เป็นปัญหาของผมแน่นอน เพราะโดยธรรมชาิติของคน ยังไงง่วงก็ต้องหลับแน่นอน

สำหรับในคืนแรก เสียงหมาหอนทำให้หวั่นเกรงต่อพื้นที่ต่างถิ่นได้เล็กน้อย แต่ยังไงผมเองก็คิดว่าที่นี่ก็ต้องนอนหลับสบายอย่างแน่นอน เรานอนบนชั้นสองที่เป็นบ้านที่สร้างด้วยไม้ ห้องใหญ่แต่โล่ง เปิดหน้าต่าง ไม่มีมุ้งลวด แต่ก็ไม่มียุงเช่นกัน อากาศถ่ายเทสะดวกมาก เมื่อนอนผ่านไปสักพักความหนาวก็เข้ามาปกคลุมอย่างไม่คาดฝัน ทำให้ผมต้องคว้าผ้าห่มสุดหนาที่แม่แต๋นเตรียมไว้ให้มาห่ม สุดท้ายผ้าห่มนี้เข้ากับอากาศของที่นี่มาก หลับกันยาวๆอย่างไม่ต้องกังวลใน เพราะสบายกันสุดๆ

สำหรับวันแรกคืนแรกก็จบเพียงเท่านี้ อ่านเพิ่มเติม…