ถั่วลิสงคั่ว

ถั่วลิสงคั่ว

ถั่วลิสงคั่ว

ช่วงนี้ฝนตก อากาศเย็น ตอนกลางคืนก็ราว ๆ 25 องศา ปนความชื้นจากฝน ไม่หนาวทรมานเหมือนกับเปิดแอร์ แต่หนาวแบบเย็นสบาย

ถั่วลิสงเป็นถั่วฤทธิ์ร้อน ถ้ายิ่งเอาไปคั่วยิ่งร้อนใหญ่ แต่ก็เหมาะกับวันที่ร่างกายรู้สึกเย็น กินแล้วจะสบาย ดูดซึมได้เต็มที่ ไม่สร้างแก๊ส

ซื้อเมล็ดถั่วมากิโลละ 80 กว่าบาท แต่ถ้าซื้อถั่วถุงแบบที่เป็นขนมขายทั่วไป ตกถุงละ 20 -30 กรัม 5-10 บาท โลนึงก็ตก 200-300 บาท ดังนั้น ซื้อเมล็ดดิบมาคั่วเองถูกกว่าเยอะ ส่วนปลูกเองยังอยู่ในระหว่างศึกษา

มันเทศ

มันเทศ

มันเทศ

วันก่อนไปตลาดมา ได้มันเทศมาในราคา 20 บาท ถุงในรูปนี้สองกิโลครึ่ง

เขามีทั้งแบบหัวเล็กและหัวใหญ่นะ แต่ผมเลือกหัวเล็กเพราะมันต้มสุกไวดี หัวใหญ่ต้องรอนานกว่า

เห็นมีบางหัว มีหน่อกำลังจะขึ้น คิดว่าเอามาปลูกก็ดีเหมือนกัน คิดไปคิดมาเดี๋ยวไปซื้อแบบหัวใหญ่มาน่าจะดีกว่านะ ถ้าเราจะเอามาปลูก…คิดไปงั้นแหละ ค่อยว่ากันอีกทีตอนไปตลาด เดี๋ยวค่อยซื้อปน ๆ กันมาทั้งเล็กและใหญ่

ก่อนหน้านี้เห็นข่าวมันราคาถูก ก็ถูกจริง ๆ นั่นแหละ สองโลครึ่ง ยี่สิบบาทก็ถูกแล้ว กินได้หลายวันแล้ว ก่อนหน้านี้ซื้อโลละ 15 บาท ก็มี 20 บาท ก็มี

ข้าวต้ม

ข้าวต้ม

ข้าวต้ม

วันก่อนรู้สึกอยากกินอะไรที่มันนิ่ม ๆ เคี้ยวง่าย ก็เลยคิดจะทำข้าวต้ม

แต่วัตถุดิบก็เหลือน้อย ยังมีขาเห็ดหอมแห้ง กับไชยาอยู่ก็เลยเอามาหั่นใส่ พร้อมทั้งใส่น้ำพริกสมุนไพรที่เหลือลงไปด้วย คงจะได้อารมณ์แบบข้าวต้มทรงเครื่อง

ลองผสมกันไปดู ออกมาก็สมดังใจ แต่ข้าวไม่นิ่มเท่าไหร่เพราะต้มไม่นานนัก แถมยังเป็นข้าวซ้อมมือด้วย ซึ่งถ้ารอให้นิ่มหรือเละอาจจะนาน หรือคงต้องหุงแล้วเอามายีให้มันเละก่อนคงจะได้ข้าวต้มเละ ๆ

แต่ก็ไม่เป็นไร แบบนี้มันมันก็พอได้ ได้กินข้าว ได้ซดน้ำอุ่น ๆ ให้คล่องคอ สบายไปอีกมื้อ

ผักกับน้ำพริก

ผักกับน้ำพริก

ผักกับน้ำพริก

ผมนี่เป็นคนกินน้ำพริกไม่เป็น เพิ่งจะมาหัดกินน้ำพริกกะปิก็ไม่กี่ปีมานี้ สมัยเริ่มลดเนื้อสัตว์แรก ๆ แต่ปัจจุบันก็ไม่ได้กินแล้ว

ก็เห็นแม่กินข้าวกับน้ำพริกและผักลวก ก็คิดไปว่า เออชีวิตกินแค่นี้ก็ง่ายดีนะ ก็เลยว่าจะลองเรียนรู้บ้าง

ผักที่เอามาลวกก็มีกะหล่ำ ไชยา อ่อมแซ่บป่า ซึ่งอ่อมแซบป่านี่น่าจะกินสด ไม่น่าลวก เพราะมันจะนุ่มนิ่มเกิน ส่วนไชยาชุดนี้นี่ เป็นใบที่เลี้ยงมาแบบขาดน้ำ ดังนั้นมันจึงเหนียว ลองกินใบใหม่ ๆ ดูแล้วไม่เหนียว แต่ถ้าเอาใบแก่ ๆ แนะนำให้หั่นก่อน จะกินง่าย ไม่อย่างนั้นคงจะได้เคี้ยวกันเมื่อยปากแน่ ๆ

ในส่วนน้ำพริกนั้นหยิบมามั่ว ๆ จากร้านขายวัตถุดิบมังฯ เขาก็ว่าเป็นน้ำพริกสมุนไพร ซึ่งจากที่ลองกินดูในมื้อนี้ก็พบว่ามันรสจัด

น้ำพริกนี่แหละคือตัวรวมความจัดของรสชาติ คนก็เลยติดใจไง เพราะมันปรับระดับความจัดได้ อยากให้จัดมากก็ใส่เยอะ ๆ ให้รสอ่อนหน่อยก็ใส่น้อย ๆ ส่วนน้ำพริกแต่ละชนิดก็หลากรสกันไปตามแต่สูตร

ซึ่งผมคิดว่ามันก็ลำบากและสิ้นเปลืองอยู่ดี เพื่อให้ได้มาซึ่งรสจัด ๆ แบบนี้ ถ้าเอาผักในรูปนี้ไปผัดแล้วปรุงในกะทะเลยก็อาจจะง่ายกว่าเอามากินกับน้ำพริก

เพราะแท้จริงแล้วน้ำพริกมีกระบวนการทำที่ค่อนข้างยุ่งยาก ถ้าเราซื้อเอามันจะไม่ชัด ทำเองจะรู้เลยว่ามันยุ่งยากกว่าการหั่นผักแล้วเอาใส่ในกะทะลงไปผัดและปรุงรส

ผัดมะเขือยาว กับเห็ดชิเมจิ

ผัดมะเขือยาวกับเห็ดชิเมจิ

ผัดมะเขือยาว กับเห็ดชิเมจิ

เห็นเห็ดชิเมจิ ลดราคาอยู่ในห้าง เหลือ 12 บาท ทุกทีจำได้ว่า 20 กว่าบาทนะ คราวนี้ถูกจัง เลยหยิบมาแพคหนึ่ง

เอามาผัดกับมะเขือยาว ใส่น้ำมันนิดหน่อย ปรุงด้วยเกลือ กับน้ำตาลนิด ๆ ใส่อ่อมแซ่บป่า เข้าไปอีกหน่อย กะทะนี้เป็นกับข้าวมื้อแรกที่กินในครั้งนี้ แล้วก็เติมถั่วต้มอีกนิดหน่อย อยู่ได้ทั้งวัน

เปลี่ยนเมนูเนื้อ เป็นเมนูผัก

ตอนก่อนก็ชวนกันมากินผัก มาตอนนี้ก็มาดูกันดีกว่า ว่าเราจะสามารถแทนที่เนื้อสัตว์ด้วยผักอะไรกันได้บ้าง ยิ่งถ้าเป็นคนที่ทำครัวเดินตลาดบ่อยๆละต้องรู้แน่ แต่ครั้งนี้ขอคนชอบกินผักแบบผมแบ่งปันมุมเล็กๆมุมนี้แล้วกันนะ

แกงเขียวหวานเป็นเมนูที่บ้านผมชอบทำมา ในปีนี้ก็ได้กินมาหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งก็จะเป็นแกงเขียวหวานไก่อยู่แบบนั้น อะไรทำให้คิดว่าแกงเขียวหวานต้องไก่ด้วย เป็นแกงเขียวหวานอย่างอื่นได้ไหม แกงเขียวหวานเห็ด แกงเขียวหวานหน่อไม้ ล้วนได้ไหม แน่นอนว่าจริงๆก็คงจะมีขายอยู่บ้าง แต่เวลาเราทำกับข้าวกินเองที่บ้าน เราก็มักจะสุดๆกับวัตถุดิบจนลืมความสร้างสรรค์ไปเลยก็ได้

แกงเขียวหวานผัก

ย้อนไปในอดีตเมื่อไม่นานมานี้นิดหนึ่ง มีวันหนึ่งที่ผมออกไปซื้อกับข้าวช่วงสายๆที่ร้านที่ซื้อบ่อยๆ เพราะเขาทำรสชาติจัดจ้านทีเดียว แต่วันนั้นไปสายแม่ค้าบอกว่า แกงเขียวหวาน ในหม้อไก่และเนื้อหมด (สมัยนั้นยังกินเนื้อเป็นปกติอยู่นะ) ผมเองมองไปที่หม้อก็เห็นว่าเหลืออยู่บ้างแต่ส่วนใหญ่เป็นมะเขือลอยเต็มไปหมด ด้วยความที่ไม่อยากเสียเที่ยวก็เลยถามแม่ค้าว่า น้ำแกงเขียวหวานที่เหลือกับมะเขือนี่ยังขายอยู่ไหม เอาถุงนึง

สรุปว่าแม่ค้าก็ขายให้ ถูกกว่าเดิม แต่ก็ยังอร่อยเหมือนเดิม เพราะสิ่งที่เราชอบไม่ใช่ไก่หรือเนื้อวัว แต่เป็นรสชาติของแกงเขียวหวานนั่นเอง ครั้งนั้นเป็นการกินผักลดเนื้ออย่างไม่ได้ตั้งใจจนมาเป็นไอเดียให้กับทุกวันนี้

แกงเขียวหวานยอดมะพร้าวอ่อนและมะเขือ

ที่บ้านของผม แม่ของผมจะเป็นคนทำครัว ซึ่งเราก็มีหน้าที่กินและชม รวมถึงเสนอเมนูต่างๆ ขึ้นมา ในครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมได้ร้องขอให้แม่ช่วยทำแกงเขียวหวานที่ไม่ใส่เนื้อสัตว์ให้หน่อย และเสนอวัตถุดิบ ที่ผมกิน เช่นมะเขือ ข้าวโพดอ่อน เห็ด เต้าหู้ ผมไม่รู้หรอกว่ามันเข้ากันได้รึเปล่า รู้แต่ผมกินได้แน่นอน เพราะเป็นคนกินง่าย

สุดท้ายแม่ก็ทำให้กินดั่งใจหวัง การกินผักลดเนื้อสำเร็จไปอีกขั้นแล้ว การที่ครอบครัวเข้าใจและส่งเสริมนี่มันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ ใครที่สามารถกินผักลดเนื้อกันได้ทั้งบ้าน นอกจากจะสุขภาพดีแล้วน่าจะใจดีกันด้วยนะ เพราะว่าการที่เราลดเนื้อเราก็จะมีความเมตตาให้สัตว์ที่เรากินอยู่แล้ว ซึ่งมักจะเมตตาต่อๆไปถึงคนรอบๆตัวและสังคมด้วย

สวัสดี

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการลดเนื้อสัตว์ มากินผักได้ที่ Veggie kitchen , facebook (Veggie Kitchen)

บะหมี่น้ำ! ลดเนื้อสัตว์ มากินผักกันเถอะ

ช่วงหลังๆมานี่ก็ได้เริ่มลดเนื้อสัตว์ กินผักมากขึ้น เพราะได้รับรู้ประโยชน์หลายอย่างในการเน้นผักเป็นหลักของอาหารในชีวิต

ผมไม่ค่อยอยากใช้คำว่า มังสวิรัติ เท่าไหร่ เพราะมันจะกลายเป็นตัวมัดให้เราไปยึดกับรูปแบบบางอย่างเข้า ขอเรียกว่าการลดเนื้อสัตว์ กินผักแทนแล้วกัน ส่วนใครจะลดได้ในอัตราเท่าไหร่ แบบไหนก็ตามสะดวกเลย ส่วนผมก็ลดเรื่อยๆเท่าที่จะทำได้

กินผักลดเนื้อ-บะหมี่น้ำ

ทีนี้ความยากในการเลิกกินเนื้อสัตว์ แล้วหันมากินผักแทน อาจจะไม่ได้ยากตรงการกิน สำหรับคนในเมืองกรุง มันจะยากตรงการหากินนี่แหละ (ส่วนต่างจังหวัดมีที่ก็ปลูกผักสวนครัวไปนะ)

คนกรุง…

คนกรุง อยู่คู่กับความรีบเร่ง และความวุ่นวายมานาน ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับอาหารเท่าเรากินเข้าไปเท่าตัวเลข หรือรายได้ที่เราจะได้ต่อเดือนต่อปี ซึ่งเขาเหล่านั้นอาจจะไม่เคยคิดเลยว่าผลเสียจากอาหารที่เรากินนั่นแหละจะเป็นตัวทำให้ชีวิตเราติดลบ ขาดโอกาสต่างๆ จากการป่วยและตายนั่นเอง ( การลงทุนในชีวิตจะมองข้ามสุขภาพไม่ได้เพราะเป็นหนึ่งในความเสี่ยง (ที่จะไม่ได้ใช้เงินที่หามา) )

กลับมาที่การหากินอาหารที่ลดเนื้อ เพิ่มผัก ในชีวิตประจำวัน ร้านอาหารต่างๆ ก็มักจะมีเนื้อสัตว์เป็นเมนูหลักเสมอ ส่วนผักมักจะเป็นตัวเสริม เป็นพระรองเสมอ แต่ในเมื่อเราจะดันผักขึ้นมาเป็นพระเอก เราก็ต้องหาทางปั้นหนทางสู่การกินผักกันหน่อย

เริ่มแรกเราอาจจะไม่ชินในการปรับเปลี่ยนเมนู อาจจะเจอภาวะติดใจกับอาหารโปรดเก่าๆ อาจจะคิดไม่ออก แต่ถ้าได้ลองค้นหาข้อมูลดูจะมีวิธีการเลือกกินผักลดเนื้ออย่างมากมาย เรียกได้ว่าใช้ในชีวิตประจำวันได้ถ้าคิดจะเปลี่ยนจริงๆ เพราะคนดังๆมากมายในโลกเขาก็กินผักเป็นหลักกันนะ…

บะหมี่น้ำ…

ตัวอย่างเช่น การเข้าร้านสั่งบะหมี่น้ำของผม แน่นอนว่าแต่ก่อนก็ไม่เคยรู้สึกลำบากขนาดนี้หรอก ต้องมาสั่งอะไรที่มันไม่เคยก็เขินๆอยู่เหมือนกัน พอเดินเข้าร้านบะหมี่ปูก็เข้าไปสั่ง บะหมี่น้ำพิเศษ ไม่ใส่หมู/เนื้อสัตว์ เอาแต่บะหมี่กับผัก แม่ค้าแกก็ดูทำให้อย่างคุ้นเคย สงสัยจะมีคนกินแบบนี้เยอะ

เมื่อเขามาเสริฟ เราก็จะได้บะหมี่ และผักมากมาย (รึเปล่า?) แต่จะใส่อะไร จะคิดเงินเท่าไหร่ก็เป็นเรื่องของแม่ค้าละนะ เราแค่กินแล้วก็จ่ายเงินก็พอ ส่วนจะถูกใจถูกคอกับร้านไหนก็แล้วแต่เลย แต่ถ้าได้ร้านที่คุยกันรู้เรื่องก็จะสามารถกินผัก ลดเนื้อได้อย่างสะดวกทุกวันเชียวละ

การกินผักลดเนื้อนั้น เกิดประโยชน์ต่อเราทั้งร่างกายและจิตใจ เกิดประโยชน์ต่อสัตว์ที่เราละเว้นไว้ เกิดประโยชน์ต่อโลกมากมาย ถ้ามีโอกาสก็ ลด ละ เลิกกันไปแล้วกันนะ

สวัสดี

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการลดเนื้อสัตว์ มากินผักได้ที่ Veggie kitchen , facebook (Veggie Kitchen)

ของฝากจากยโสธร

หลังจากไปร่วมกิจกรรม “หว่านข้าวสู่ผืนนา หว่านศรัทธาสู่หัวใจ” โดยทีวีบูรพา ที่จังหวัดยโสธร ก็ได้ของฝากมาด้วยมากมายครับ

มีทั้งของที่ทางมูลนิธิธรรมะร่วมใจให้มา ของที่พ่อๆแม่ๆ ร่วมกันให้มา และของที่ซื้อมาด้วยครับ สำหรับของส่วนใหญ่ก็จะเป็นของกินของใช้ละนะ ส่วนของที่ระลึกนั้นไม่มี

ของฝากจากยโสธร

หอม กระเทียม และข้าวอินทรีย์ ของฝากจากมูลนิธิธรรมะร่วมใจ
หอม กระเทียม และข้าวอินทรีย์ ของฝากจากมูลนิธิธรรมะร่วมใจ

อันนี้เป็นของฝากที่มูลนิธิธรรมะร่วมใจ ร่วมกันให้นะครับ มีหอมกระเทียม และข้าวด้วยครับ เยอะทีเดียว กินกันไปอีกนานเลยงานนี้

น้ำหมักชีวภาพ ซื้อมาจากห้างดินของมูลนิธิฯ
น้ำหมักชีวภาพ ซื้อมาจากห้างดินของมูลนิธิฯ

อันนี้เป็นน้ำหมักชีวภาพ ที่เป็นอาหารพืชครับ จริงๆแล้วหาซื้อที่ไหนก็ได้ครับ แต่ได้จังหวะเหมาะแถมราคาไม่แพงด้วยก็เลยซื้อกลับมาทีเดียวเลย เพราะยังไงก็คิดว่าต้องลองซื้อใช้อยู่แล้ว และคิดว่าในกรุงเทพฯ คงไม่ขายถูกกว่าราคาป้ายแน่นอน ซื้อมาสองแบบ แบบบำรุงต้นใบและบำรุงดอกผล

สารพัดเมล็ดผัก ถูกและได้เยอะกว่าที่ขายเป็นซองๆทั่วไป
สารพัดเมล็ดผัก ถูกและได้เยอะกว่าที่ขายเป็นซองๆทั่วไป

เมล็ดพันธุ์ผักครับ ปกติก็หาซื้อได้ทั่วไปเหมือนกัน แต่ถึงจะมีทั่วไปผมก็ไม่ซื้อครับ มาซื้อเอาที่นี่แหละ อยากลองเพาะผักอยู่พอดีก็เลยซื้อไปเลย ที่ซื้อไปก็มี พริกขี้หนู สลัดม่วง ผักกาดขาว คะน้ายอด ชีลาวครับ เมล็ดพันธุ์เยอะทีเดียว คิดว่าคงต้องทยอยปลูกนะครับ พื้นที่ที่บ้านไม่ค่อยจะพอ

สิบเซียนสมุนไพร ซื้อจากห้างดินเหมือนกัน
สิบเซียนสมุนไพร ซื้อจากห้างดินเหมือนกัน

สิบเซียนสมุนไพร น้ำหมักสมุนไพรหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ เห็นน้องตากล้องเขาซื้อก็เลยซื้อบ้าง เห็นเขาลองแล้วคงจะดีเป็นแน่แท้ ไม่งั้นคงไม่เอามาขาย ส่วนดีจริงไม่จริง ชอบไม่ชอบ อย่างไร ลองแล้วค่อยมาว่ากันอีกทีแล้วกัน แต่ตอนนี้ขอซื้อติดมาก่อนไม่งั้นไม่ได้ลอง

จริงๆมีของฝากจากแม่หม่อน ที่มูลนิธิธรรมะร่วมใจฝากให้คุณแม่ของผมด้วย แต่ก็ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะ โดนเอาไปจัดเก็บหมดแล้วเลยไม่อยากหยิบมาถ่าย ( แอบขี้เกียจ ) เลยเอาประมาณนี้แล้วกันนะ

สวัสดี

กระเพราเห็ดไข่ดาว

วันนี้มากับเมนูใหม่กระเพราเห็ดไข่ดาว เมนูที่ผ่านเข้ามาในหัวเมื่อหลายวันก่อน วันนี้มีโอกาสได้ออกไปกินรู้สึกประหลาดอย่างไม่น่าเชื่อ

ที่มาที่ไปของกระเพราเห็ดไข่ดาว

มันสืบเนื่องมาจากที่วันหนึ่ง ผมไปซื้อไก่กินที่มหาลัย ซึ่งซื้อมาเยอะหน่อยเพราะว่าหิว กินไปกินมามันก็เริ่มไม่อร่อยเพราะเยอะ+เลี่ยนไป (ไก่ทอด) ก็มานั่งนึกๆว่าทำไมต้องกินไก่ด้วย ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบได้ที่ทำให้ผมซื้อไก่กิน ก็รู้สึกว่าถ้าจริงๆเราไม่กินไก่กินอย่างอื่นก็ได้นะ ก็มานั่งคิดไปว่าไม่กินเนื้อสัตว์ก็อยู่ได้นี่นะ เป็นการลดน้ำหนักไปในตัวด้วยเพราะบางทีอะไรที่มันอร่อยเกินไปก็จะกินเยอะเกิน

ต่อเนื่องจนเป็นกระเพราเห็ดไข่ดาว

วันก่อนได้ไปกินสเต๊ก เนื่องจากไม่ได้กินมานาน แต่ความรู้สึกไม่เหมือนก่อน ไม่ใช่ว่ามันไม่อร่อย แต่ก็ไม่รู้จะไปกินทำไมให้มันลำบาก กินให้อิ่มก็พอ เหมือนว่าความคิดของผมก่อนหน้านี้มันมากเกินไปหน่อย รู้สึกเหมือนอยากปรับตัวเองให้พอดีกับความเป็นจริงเสียหน่อย ทำไมผมต้องลำบากออกเดินทางไปหาสเต๊กกินด้วยนะนี่…

วันนี้ก็ได้กินกระเพราเห็ดไข่ดาว

วันนี้ตอนสายๆออกไปกินข้าวที่สี่แยกแถวบ้าน ซึ่งมีร้านอาหารตามสั่งอยู่ ถ้าปกติสำหรับผมแล้วก็คงจะสั่งกระเพราหมูกรอบพิเศษไข่ดาว แต่วันนี้เริ่มลังเล มาถึงที่ร้านมองไปไม่เห็นหมูกรอบก็เป็นโอกาสที่ดี เพราะร้านนี้จะทอดหมูกรอบประมาณสายๆ ถึงเที่ยง แต่วันนี้เขายังไม่ได้ทอดก็เป็นโอกาสที่ดีในการเปลี่ยนเมนูเสียเลย

ผมมองไปที่ตู้ใส่ผักว่ามีอะไรบ้าง ตอนแรกคิดว่าจะใส่เห็ดกับข้าวโพด แต่เห็นว่ามีเห็ดเยอะก็เลยสั่งแต่กระเพราเห็ด ใส่ไข่ดาวเพิ่มไปอีกหน่อย แม้ค้าถึงกับต้องถามซ้ำอีกครั้งว่ากระเพราใส่เห็ดอย่างเดียวหรอ ปกติคงจะไม่ค่อยมีคนสั่งเมนูนี้เท่าไหร่ หรือไม่ก็สั่งแล้วใส่ควบกับอย่างอื่น ก็ตกลงเอาเมนูนี้แหละ วันนี้มั่นใจและพร้อมที่จะกินกระเพราเห็ดเต็มที่แล้ว แม้มันจะแปลกๆในใจก็ตาม

หลังจากนั่งรอไม่นานนักกระเพราเห็ดไข่ดาวก็ถูกนำมาวางไว้หน้าผม รสชาติของกระเพราก็เหมือนเดิมต่างไปแค่เป็นเห็ดแทนเนื้อสัตว์ ผมคิดว่าที่มันอร่อยจริงๆก็ตรงกระเพราไข่ดาวนี่แหละ พวกเนื้อหมูกรอบหรืออะไรก็ตามดูเหมือนจะเป็นเครื่องเคียง เพราะฉะนั้นเปลี่ยนเนื้อสัตว์เป็นเห็ดก็เลยไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ กินไปก็อร่อยดี ในใจก็คิดว่านี่แหละเมนูยอดฮิตในปีนี้ของผม อย่างมาก็ใส่เต้าหู้เพิ่มเข้าไปด้วยอีกหน่อย

สักพักก็มีคนเดินมาสั่งกระเพราหมูกรอบ แต่ที่ร้านยังทอดไม่เสร็จบอกว่าอีกครึ่งชั่วโมงได้ คนที่เขาสั่งกระเพราหมูกรอบแทนที่จะเปลี่ยนเป็นกระเพราอย่างอื่นก็ยังยืนยันที่จะรอกระเพราหมูกรอบ เพราะร้านนี้หมูกรอบเด็ดจริงๆครับ แต่ในระหว่างที่ผมกินอยู่นั้น กลับไม่รู้สึกอยากเปลี่ยนใจกลับไปกินหมูกรอบเลย หรือเพราะได้กินเข้าไปบ้างแล้วอาการหิวเลยไม่มีทำให้ไม่อยากและไม่สนใจเมนูอื่นแล้ว

สรุปแล้วกระเพราเห็ดก็อร่อยดีครับ วันหลังว่าจะให้ใส่อย่างอื่นไปด้วย เช่นข้าวโพดอ่อน เห็ดหูหนู ฯลฯ ประมาณว่าอยากกินผักแทนแล้วครับ อะไรก็ได้จะพยายามเปลี่ยนตัวเองให้ได้สักวัน

สวัสดี

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการลดเนื้อสัตว์ มากินผักได้ที่ Veggie kitchen , facebook (Veggie Kitchen)

ต้มยำไก่ 10 ปี

สำหรับหลายๆครอบครัว การทำอาหารกินกันเองในบ้านดูจะเป็นเรื่องธรรมดาจนไม่อยากเอามาพูดถึงกัน แต่วันนี้ผมจะเอาเรื่องธรรมดามาเขียนให้อ่านกันครับ

บ้านผมเป็นครอบครัวไมโครเวฟครับ นั่นคือชีิวิตจะอยู่กับไมโครเวฟเสมอเพราะไม่มีการทำอาหารเลย มีแต่ซื้อเข้ามาใส่ตู้เย็นและอุ่นกิน ถ้าถามว่ามันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ต้นไหม จริงๆมันก็ไม่ได้เป็นแบบนี้หรอกครับ แต่วิถีชีิวตก็ได้ปรับให้เข้ากับจังหวะของชีวิตและโอกาสทางสังคมก็เลยได้กินแต่อาหารถุงอยู่จนทุกวันนี้

แต่มาวันนี้หลังจากที่แม่ได้กลับมาจากการไปลุยปลูกข้าวกับ ฅนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา ซึ่งจัดกิจกรรมโดยทีวีบูรพาแล้วนั้น ก็มีสิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจค่อนข้างมากนั่นคือ

ต้มยำไก่

ต้มยำไก่… ต้มยำไก่ชามนี้ ( หม้อนี้มีแต่โครงไก่ครับ ) ผมแปลกใจตั้งแต่ไปซื้อของกับแม่แล้วแม่ซื้อเครื่องต้มยำมาแล้ว บอกว่าจะทำต้มยำกิน แต่ผมก็ยังไม่ได้ถามหรอกครับว่าทำไม แต่สิ่งที่รู้แน่ๆก็คือ แม่ของผมไม่ได้ทำกับข้าวมานานเกือบสิบปีแล้วครับ จริงๆมันน่าจะนานกว่าสิบปีแล้วก็เป็นได้เพราะจำได้ว่ากินครั้งสุดท้ายก็ตอนอยู่ประถม ตอนนี้ผมก็จบจากมหาวิทยาลัย ป.ตรี ตามเกณปกติมาได้เกือบ 5 ปีแล้วครับ

เมนูเด็ดของแม่ก็คือไข่ยัดไส้ครับ ทำแค่ครั้งเดียวใส่ตู้เย็นกินกันไปสองสามวันเลยทีเดียว หลังจากนั้นเทคโนโลยีไมโครเวฟก็เข้ามาชีวิตของเราก็เปลี่ยนไป จนมาถึงวันนี้ดูมันจะวนกลับเป็นวงจรเสียแล้วครับ แม่กลับมาทำกับข้าวและเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ซึ่งผมก็อยากเปลี่ยนด้วยเหมือนกัน เพราะวันๆกินแต่อะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ทั้งทำให้อ้วนและเสียสุขภาพ การทำอาหารเองนั้นเป็นการควบคุมพฤติกรรมการกินได้ดีมากทีเดียว

ต้มยำไก่ชามนี้ไม่มีเนื้อไก่ครับ มีแค่โครงไก่ แต่รสชาดนั้นบอกได้เลยว่าเด็ดครับ ผมแอบกังวลตอนแม่บอกว่าจะทำต้มยำ ก็คิดในใจว่ามันจะออกมาเป็นยังไงหนอ ผลคืออร่อยและควบคุมได้ครับ คืออยากได้อะไรมากน้อยก็ใส่ลงไปได้เลย มันเป็นอะไรที่แปลกประหลาดมากๆสำหรับครอบครัวผมซึ่งเป็นวิถีชีวิตแบบไมโครเวฟ 100% เปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ครับ ซึ่งนี่คือผลจากการที่แม่ได้ไป ฅนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา

จริงๆแล้วผมก็หวังให้เรื่องทำอาหารนี้เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนที่หลายๆครอบครัวเขาเป็นกันนะครับ อยากให้่ชีิวิตได้ช้าลงบ้าง เพื่อที่จะได้มีเวลาหยุดคิดไตร่ตรองสิ่งต่างได้มากขึ้น ผมหวังอย่างนั้นจริืงๆ

สวัสดี