แรงจูงใจในการทำงาน

ในยุคนี้เราก็มักจะได้รับเรื่องราว เป็นแรงจูงใจให้ก้าวทำไปกิจกรรมการงานต่างๆ ไปเป็นลูกจ้าง ไปเป็นนักลงทุน ไปเป็นผู้ประกอบการ ผู้สร้างแรงจูงใจต่างก็นำประสบการณ์และความคิดเห็นของตนมาเป็นข้อมูล แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือเรากำลังถูกจูงไปทางไหน ถูกจูงไปด้วยอะไร แรงจูงใจนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ เกิดจากสิ่งที่ดีหรือสิ่งที่ร้าย  เราจะมาลองวิเคราะห์แยกกันดูว่าแรงจูงใจที่เราได้รับมานั้นเป็นแรงกระตุ้นจากกิเลสหรือไม่ โดยผ่านบทความนี้ ตามไปอ่านกันได้เลย

 

อ่านต่อได้ที่บทความ : แรงจูงใจในการทำงาน

แรงจูงใจในการทำงาน

อ่านบทความอื่นๆ แนะนำ ติชม ทักทายกันได้ที่…

Facebook : ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

Blog : Minimal life : Dinh Airawanwat

ช่วงนี้ฝนตก

ฝนตกช่วงนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานไม่น้อย เพราะงานในปัจจุบันกลายเป็นงานพัฒนาที่ดิน(ของตัวเองไปซะแล้ว)

ผมไปอยู่ที่ไร่ได้สักพักหนึ่งเพื่อดำเนินงาน เริ่มต้นจากการขุด คนขุดก็หามาแล้ว แบบขุดก็มีแล้ว แต่โอกาสในการขุดยังไม่อำนวยเท่าไหร่ ก็เลยต้องปรับแผนนิดหน่อยหนีฝนต่างถิ่นเพื่อกลับมาเจอฝนที่ กรุงเทพฯ ที่คิดถึง ฝนตกรถติดปนกลิ่นควันรถ ไม่มีที่ไหนมีเอกลักษณ์เหมือนกรุงเทพบ้านเราอีกแล้ว

เมื่อออกไปต่างจังหวัด บรรยากาศเหล่านี้่แทบไม่มีเหลือ มีแต่ความมืด ความเย็น ตามธรรมชาติ เท่านั้นเอง ผมได้ลองอยู่กับธรรมชาติ ณ บ้านเช่า แห่งหนึ่ง อยู่กันเป็นอาทิตย์ นอนแต่ละวันไม่เคยเปิดพัดลมเลยเพราะอากาศหนาวมาก อาจจะเพราะฝนก็เป็นได้

สวัสดี

มัน เป็ด มาก

บางครั้งในชีิวิตของเราก็จำเป็นต้องเลือกทางสักทางที่น่าจะดูดีที่สุด แต่ถ้าเกิดมันดีหรือเหมือนจะดี หรือดีพอๆกันทุกทางล่ะ จะเลือกยังไงดี…

คำตอบของผมอาจจะเป็น เลือกทั้งหมดนั่นแหละ…

การเลือกทำหรือเลือกเป็นหลายๆอย่างนั้น มักจะเป็นอะไรที่ไม่ชัดเจน ไม่เฉพาะทาง ไม่เก่งไปสักอย่าง หรือที่เขาเรียกกันว่า เป็ด … เหมือนทำได้ทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรได้ดีสักอย่าง แน่นอนว่าผมก็เป็นคนแบบเป็ดๆนั่นแหละ

มันเป็ดมากบทความตอนนี้คิดจะเขียนขึ้นมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่มีโอกาสสักที วันนี้โอกาสเหมาะ อากาศดี ก็เลยได้เขียนและบรรยายความเป็ดให้เป็นที่เข้าใจกัน ความเป็ดของแต่ละคนนั้นอาจจะแตกต่างกันออกไป ตามสิ่งแวดล้อม แต่ที่แน่ๆ มันไม่ได้เด่นสักอย่าง ซึ่งผมเองก็เป็นเป็ดอีกตัวหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ในสังคมนี้

การเก่งเฉพาะทางหรือเฉพาะอย่าง คือสิ่งที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก มันเข้าใจง่าย มันดำเนินชีวิตง่าย มันทำให้ชีวิตไปถึงเป้าหมายได้ง่ายเพราะมันชัดเจนในแนวทาง เว้นแต่ว่ามันน่าเบื่อเท่านั้นเอง…

ในบทความตอนนี้เราจะมาบรรยายความเป็ดกับการทำงานกัน

ถ้าจนถึงตอนนี้ยังนึกถึงความเป็ดไม่ออกก็ให้นึกถึงเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังชั่น fax ,print ,scan ,phone อะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด แต่ก็ทำได้แค่พอถูไถ เหมาะกับสถานที่ที่อาจจะเล็กนิดหน่อย หรือบริษัทที่งบไม่เยอะต้องการประหยัดอะไรแบบนี้

งานก็เหมือนกัน สำหรับบริษัทที่เริ่มต้นใหม่หรือมีขนาดไม่ใหญ่ก็มักจะอยากได้คนที่ทำได้หลายอย่าง ซึ่งต่างกับ บริษัทใหญ่ๆที่แบ่งแผนกชัดเจนจึงต้องการคนเฉพาะทางนั่นเอง และนี่คือกลไกง่ายๆ จากมุมมองง่ายๆของผมที่มองสังคมการทำงาน แน่นอนว่ามันคือสังคมการทำงาน เราคือฟันเฟืองที่ทำให้กิจการขับเคลื่อนไป ดังนั้นไม่ว่าเราจะเป็ดหรือไม่เป็ด ก็ขอแค่ให้มันเหมาะกับสถานที่หรือองค์กรที่เป็นอยู่ก็พอ

เมื่อการเปลี่ยนแปลงมาถึง

บางครั้งเมื่อองค์กรมีการปรับเปลี่ยนขนาด เป็ดบางตัวก็อาจจะเดือดร้อนก็ได้ เพราะความไม่ชัดเจนหรือไม่เฉพาะทางนั่น เป็ดบางตัวอาจจะได้ยกระดับเป็นผู้บริหารเพราะรู้หลายอย่าง แต่ไม่เก่งสักอย่าง ซึ่งนั่นแหละคือความเป็ด ผู้บริหารไม่ว่าจะเล็กกลางใหญ่จำเป็นต้องรู้ให้กว้าง แต่ไม่ต้องรู้ให้ลึก เพราะรู้ลึกก็ให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทำไป

ดังนั้นเมื่อรู้ตัวแล้วว่าเป็นเป็ด จึงจำเป็นต้องเพิ่มความสามารถในการบริหารให้มากขึ้นนั่นเอง เพราะเราคงจะไปเก่งสู้คนที่เก่งเฉพาะทางได้ ซึ่งการเลือกเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างในชีวิตมันก็ต้องใช้เวลา และเราจึงจำเป็นต้องรู้ตัวให้ชัดว่าเป็นเป็ดแบบไหน เป็ดบ้านๆที่รอถูกเชือด (เป็ดกินเงินเดือน) เป็ดป่าที่หากินเองตามธรรมชาติ (เป็ด freelance)  ลูกเป็ดขี้เหร่ ที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นหงส์ (เป็ดโดนดอง) ซึ่งเราอาจจะนิยามอะไรอย่างไรก็ได้เพื่อมองให้เห็นความเป็นตัวเราเอง และนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดในความเป็ด คือรู้ว่าตนนั้นเป็นเป็ดแบบไหนและขนาดไหน…

บทความแบบเป็ดๆ คงเกริ่นกันไว้เท่านี้ ซึ่งอาจจะมีบทความเพิ่มขึ้นเรื่อยในอนาคตตามแต่ที่ผมจะจินตนาการได้

สวัสดี