ศิลปะในการให้ข้อมูลและวิจารณ์

จากกระทู้ : [อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก] อาชีพนักท่องเที่ยว เรื่องงาน เรื่องเที่ยว เรื่องเดียวกัน เรื่องที่เขาไม่เคยบอกคุณ!!?

กระทู้นี้มีศิลปะในการให้ข้อมูลดีครับ ผมว่าแบบนี้ก็เนียนดี ว่าจะหัดอย่างเขาไว้หน่อย

แหม่… ถ้าเราจะแฉใครว่าเขาชั่วเขาไม่ดี ใครเขาจะไปฟัง มันต้องเนียนๆ ให้ข้อมูลกันไปให้คนเขาพิจารณาเอง คนมีปัญญาก็รู้ได้ คนไม่มีปัญญาก็ไม่รู้ บางทีบางเรื่องไปกระทบมันก็เสียหายมาก… จริงๆผมถนัดงานประเภทฟ้าผ่ามากกว่า แบบชี้ขยี้แหกไส้มาดูนี่เก่งนัก แต่ก็ยังไม่กล้าผ่าใคร กลัวเขาตาย…

ส่วนเรื่องในกระทู้นี้ก็เอาไว้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ ท่องเที่ยวนี่มันก็เหยียบขาอยู่บนอบายมุขอยู่แล้ว คนปฏิบัติธรรมไม่ต้องไปหมกมุ่นกับมากเนาะ แต่เราก็ศึกษาคนอื่นเขาไป เพราะยุคนี้ท่องเที่ยวเขาแรง

สิ่งใดจะทำลายธรรมชาติได้ดีเท่าการท่องเที่ยว

จากกระทู้ : สุดอึ้ง! ภาพเกาะตาชัย สุสานที่เงียบเชียบ

สิ่งใดจะทำลายธรรมชาติได้ดีเท่าการท่องเที่ยว

เรียกว่าเป็นสภาพที่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันไปถล่มธรรมชาติกันเลยทีเดียว กรณีที่ยกมานี้เป็นข่าวเก่า แต่วงจรนี้ไม่มีวันจบสิ้น

เริ่มจากคนมีกิเลสแสวงหาสถานที่น่าเสพ พอได้เสพก็อยากอวด พออวดคนก็อยากเสพตาม กิเลสมันแพร่พันธุ์ได้ง่ายกว่าเชื้อโรคใดๆในโลกนี้ ว่าแล้วคนที่เกิดความอยากก็จะมุ่งมาเสพตามที่เขาว่าดี คนในพื้นที่ก็ขี้โลภ เห็นประโยชน์ตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ก็ทำลายธรรมชาติเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัวกันไป

กรณีขุดเหมือง ขุดน้ำมันนี่มันยังเป็นเรื่องของนายทุนใหญ่ ๆ ไม่กี่คน ถ้าคนในชุมชนเข้มแข็ง รัฐบาลทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ชาติ มันก็ไม่มีปัญหา แต่การท่องเที่ยวนี่คือทุกคนต่างมีความต้องการที่จะเสพ แล้วมันห้ามกันไม่ได้ง่ายๆนะ ห้ามนายทุนขุดเหมือนนี่มันยังพอจะทำกันได้ แต่ห้ามคนไม่ให้เข้าไปท่องเที่ยวนี่มันทำไม่ได้ง่ายๆนะ จะไปจำกัดคนไม่ให้เขาเที่ยวเขาไม่ยอมนะ เขาไม่พอใจเขาก็เอาเงินฟาด พอเงินหล่นใส่เจ้าหน้าที่กิเลสหนา ศีลธรรมและความรับผิดชอบก็หล่นตาม แถมรัฐบาลยังส่งเสริมการท่องเที่ยวอีก ไปกันใหญ่

สุดท้ายมันก็พังไปทีละที่นั่นแหละ ที่ไหนมีนักท่องเที่ยวมาก ธรรมชาติก็จะเสื่อมไปเท่านั้น